ชีวิตนี้กำไรแล้ว กฤษณา ไกรสินธุ์

ผลงานที่เภสัชกรยิปซี ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ทำให้ประเทศไทย และแอฟริกามีอยู่มากมาย นับตั้งแต่เธอก่อตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข ในช่วง 15 ปีได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเพื่อใช้เป็นยา อาหารและเครื่องสำอางกว่า 64 รายการ ผลิตยาต้านเอดส์ให้คนไทยใช้ในราคาถูก และสอนคนแอฟริกันในหลายประเทศตั้งโรงงานผลิตยาต้านเอดส์และยาป้องกันโรคมาลาเรีย



ปัจจุบันเธอเป็นคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ และคณบดีเกียรติคุณนานาชาติคณะการแพทย์ตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต รวมถึงศาสตราจารย์พิเศษด้าน Oriental Medicine มหาวิทยาลัย Harbin Institute of Technology สาธารณรัฐประชาชนจีน

ดร.กฤษณา เป็นคณบดีที่ไม่ได้รับเงินเดือน เธอต้องการสร้างโรงงานให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีบริหารจัดการโรงงานและผลิตยา รวมทั้งเป็นสถานที่ฝึกงานให้คนแอฟริกันด้วย

ชีวิตที่มีสีสันและเรื่องเล่ามากมายถูกถ่ายทอดลงในหนังสือที่เธอเขียนเองทั้งหมด ผลงานล่าสุดเล่มที่ 5 เรื่อง เภสัชกรยิปซี : Journey of a Golden Heart เล่าถึงการเดินทางในแอฟริกา โดยรายได้ทั้งหมดบริจาคให้การกุศล โดยเธอมีกองทุน ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ (www.krisana.org)

แม้สิ่งที่เธอช่วยเหลือคนแอฟริกันจะเป็นเรื่องยาก แต่เธอมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา คนเราเกิดมาก็ควรทำประโยชน์ให้คนอื่นระหว่างการเดินทางเพื่อไปช่วยสอนคนแอฟริกันผลิตยา เธอได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แปลกและหลากหลาย และชอบแอฟริกามาก

“เป็นการช่วยโดยมนุษยธรรม สูตรยาก็อยู่ในหัวเรา ตอนที่ไปช่วย เมื่อทำในนามรัฐบาลไม่ได้ ก็ตัดสินใจลุยเอง”

สิ่งที่ ดร.กฤษณา พูดคงไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ ลองอ่านเรื่องราวของเธออีกมุม...อาจารย์มักจะพูดว่า เป็นคนชอบศิลปะ ทั้งๆ ที่เรียนวิทย์ ?

ไม่ได้เป็นหมอ เพราะตอนสอบขาดไปหนึ่งคะแนน พอเรียนเภสัช ก็ไม่ชอบร้านขายยา ชอบแต่โรงงานและงานวิจัย ก็เลยมีเส้นทางแบบนี้ ใจของเราเป็นศิลป์ ไม่ได้เป็นวิทย์ ชอบขีดเขียน และดนตรีคลาสสิก อยากเป็นวาทยกร แต่ตอนนี้เป็นวาทยกรควบคุมการก่อสร้างโรงงาน ถ้าใจไม่เป็นศิลป์คงไม่ได้ทำแบบนี้ รู้สึกเห็นใจและสงสารคนแอฟริกัน ตอนไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ ก็ใช้เวลาเรียนภาษาอังกฤษหนึ่งปี เพราะอยากอ่านวรรณกรรม ได้อ่านแมคเบธ และเช็คสเปียร์ ตอนนั้นมีสอบประกาศนียบัตรที่เป็นภาษาอังกฤษเราสอบได้หมด จนพ่อบอกว่า เลิกเรียนภาษาได้แล้ว ให้เริ่มเรียนปริญญาโทก่อนจะเดินทางไปแอฟริกา อาจารย์ก็ชอบเดินทางอยู่แล้ว ?

เดินทางมา 153 ประเทศ เพราะชอบภูมิศาสตร์ ทำให้เราได้ท่องเที่ยวหาสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิต ตอนเรียนที่อังกฤษเคยไปเที่ยวอิตาลีบ่อยมาก ลองทายสิว่าเดินทางไปกี่ครั้ง


สรุปว่ากี่ครั้ง

37 ครั้ง ตอนเรียนที่อังกฤษ ทุกๆ เดือนจะนั่งรถไฟไปเที่ยวอิตาลี ไปดูรูปปั้นไมเคิล แองเจโล และภาพเขียน สามารถนั่งนิ่งๆ ดูได้นาน นอกจากนี้ยังชอบพิพิธภัณฑ์ ไปแต่ละครั้งความรู้สึกไม่เหมือนกัน เจอคนไม่เหมือนกัน และสถานที่ก็เปลี่ยน และมีไฟลต์บังคับตอนทำงานเป็นที่ปรึกษาเรื่องงานในอิตาลี มีโอกาสไปปีหนึ่งสองครั้ง ส่วนจีนเดินทางไปมากว่าร้อยครั้ง ช่วงนี้เดินทางไปสอนนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกเรื่องการสร้างโรงงาน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เรียนมา แต่เอาประสบการณ์ไปสอน คนเราเรียนรู้ได้ตลอดเวลา เราไม่ได้วัดคนด้วยปริญญา ชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยเดินทางไปรับปริญญาตรี โท และเอก ไม่คิดว่าปริญญามีค่าอะไร แต่ตอนหลังมีคนให้ปริญญากิตติมศักดิ์ ประมาณ 7 ใบก็เดินทางไปรับ

เพราะชอบบันทึก จึงเป็นที่มาของหนังสือเล่มล่าสุด ?

สมัยเรียนโรงเรียนราชินี จดบันทึกเป็นชวเลข จดเป็นตัวย่อ แต่กลับมาอ่านไม่ออก ตอนจดคิดว่าสมองตัวเองดีมาก จนบัดนี้ก็ไม่รู้ว่าเขียนอะไร ตอนหลังจึงจดบันทึกธรรมดา ทุกๆ วันก่อนนอนใช้เวลาครึ่งชั่วโมงบันทึกเรื่องราว ถ้าประเทศไหนไม่มีไฟฟ้า ก็ใช้ไฟฉายเขียนหนังสือ เล่มนี้ใช้เวลาเรียบเรียงจากบันทึก 15 วัน เขียนทั้งวันทั้งคืน เล่าถึงการเดินทางไปทำงานในแอฟริกา 7 ประเทศ แอฟริกามี 56 ประเทศ เราเดินทางไปมาเกือบหมดแล้ว ยกเว้นสามประเทศ เคยทำงานใน 16 ประเทศด้อยพัฒนาในแอฟริกา แต่เลือกเรื่องเด่นๆ 7 ประเทศเพื่อบอกเล่า

อยากให้ผู้อ่านได้ซาบซึ้งกับแอฟริกา อย่าไปรังเกียจคนตัวดำ แต่ข้างในไม่ดำ คนแอฟริกันคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่ซับซ้อน จะฆ่าก็ฆ่าเลย ไม่ต้องคิดมาก เรียบง่ายและพอเพียง และพวกเขาเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ทั้งๆ ที่ยากจนและมีโรคร้ายสารพัด เมื่อมองย้อนกลับ ทำไมคนไทยไม่ค่อยมีความสุข

สำหรับเราแล้ว ใช้ชีวิตคุ้มแล้ว ตอนนี้ใช้ดอกเบี้ย วันเปิดตัวหนังสือ เพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันในโรงเรียนราชินี เป็นไฮโซทั้งนั้น แต่ยังคบกัน เรามาจากบ้านนอก แต่ก็ภูมิใจในตัวเอง เราเป็นครอบครัวที่พอเพียง ไม่ได้ร่ำรวย และพุทธศาสนามีส่วนในการขัดเกลาชีวิต

ประทับใจประเทศไหนของแอฟริกามากที่สุด

ไม่ว่าจะไปประเทศไหนก็ประทับใจหมด มีความสุขแม้จะลำบาก ยากเย็น เคยโดนโจรปล้น 5 ครั้งที่ไนจีเรีย เวลาโจรปล้นก็อาศัยวาทะ คุยกับโจรไปเรื่อยๆ เราบอกไปว่า “มาจากประเทศไทยที่มีข้าวหอมมะลิ แล้วถามว่า รู้จักไหม เขาบอกว่ากินข้าวเหมือนกัน แต่ไม่รู้จักข้าวหอมมะลิ เราก็อธิบายให้ฟัง จนโจรลืมไปว่าจะมาทำอะไรเรา” ส่วนคองโกเป็นประเทศ ไม่มีใครอยากไป เป็นดินแดนสงคราม ตอนไปก็ไม่รู้หรอกว่า เป็นดินแดนอันตราย เมื่อรับปากแล้วว่า จะไปทำโรงงานผลิตยา จะยกเลิกกลางทางก็ไม่ได้แล้ว ส่วนแอฟริกาตะวันออกชอบเอธิโอเปีย ประเทศนี้ยากจน คนผอมจนเห็นซี่โครง ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร จึงมีความหยิ่งยโส ไม่ยอมทำงานจึงยากจน ประเทศนี้เราก็ชอบ กาแฟพันธุ์อาราบิก้ามีต้นกำเนิดจากประเทศนี้ คนที่นั่นมีวัฒนธรรมแปลกๆ ชอบเคี้ยวใบที่คล้ายๆ ใบกระท่อม เราก็คิดว่า ชีวิตพวกเขาจะไม่ทำอะไรเลยหรือ นั่งเคี้ยวนอนเคี้ยวใบพวกนี้ เพราะประเทศมีทรัพยากรมาก ทั้งๆ ที่ทรัพยากรบางอย่างนำไปขายได้ทั่วแอฟริกา แต่เขาไม่ทำ เพราะขี้เกียจ

อีกประเทศที่ชอบมากคือ มาลี อยู่กลางทะเลทราย มีภูมิประเทศที่แปลก อุณหภูมิเฉลี่ย 42 องศาเซลเซียส อากาศร้อนมากๆ 56 องศาเซลเซียส คนที่นี่ยากจนเป็นอันดับสี่ของโลก แต่คนมีน้ำใจ พวกเราเคยรถเสียกลางทะเลทราย มีเด็กคนหนึ่งหาน้ำมาให้ดื่ม เป็นน้ำสีขุ่นๆ เขาเอาผ้าพันมา เพื่อรักษาความเย็น กว่าจะได้น้ำมา เขาต้องขุดบ่อลึกถึง 300 เมตร

ตอนทำงานในแอฟริกา ทั้งโดนโจรปล้น ระเบิด และเรื่องอื่นๆ อาจารย์รับมืออย่างไร

ใจไม่มีปัญหา สบายมาก ระเบิดก็เจอมาแล้วในประเทศคองโก ระเบิดลงข้างบ้าน สงสัยจะโยนผิด ที่นี่ความปลอดภัยเท่ากับศูนย์หรือติดลบ โดนปล้นก็โดนมาแล้ว แต่ที่ลำบากมากๆ ตอนอยู่ที่ประเทศไลบีเรีย เป็นประเทศที่บ้านแตก สาแหรกขาด ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ต้องไปอยู่สองสัปดาห์ ถ้าไม่อาบน้ำคงทนไม่ไหว ก็เลยเอาน้ำมาทาที่ตัว จนกระทั่งสระผมจากน้ำไม่ค่อยสะอาดได้ ชีวิตของเราแม้จะเจอความยากลำบาก แต่ไม่นาน ซึ่งต่างจากพวกเขา ต้องอยู่กับสิ่งนั้นตลอดชีวิต

เจอปัญหาหนักๆ เคยท้อไหม

ไม่รู้สึกอะไร เวลาขึ้นเครื่องบินเดินทางไปแอฟริกา มีอยู่ 4 อย่างที่ต้องเจอคือ 1.เครื่องบินดีเลย์ตั้งแต่ 5 ชั่วโมงจนถึง 14 ชั่วโมง และบางครั้ง 5 วัน ก็อยู่ที่สนามบิน เสื้อผ้าไม่ได้เปลี่ยน 2. ตั้งใจจะไปประเทศหนึ่ง แต่เครื่องบินพาไปอีกประเทศหนึ่ง 3. ของที่ส่งไปกับกระเป๋าสูญหาย และ 4. เจอกับเจ็ทแล็ก ร่างกายปรับตัวไม่ทันตามเวลาที่เปลี่ยนไปเมื่อขึ้นเครื่องบินข้ามประเทศ โดนมาหมดแล้ว ก็เลยเฉยๆ เวลาเราบอกว่า ลำบากหรือเหนื่อย จริงๆ แล้วเหนื่อยใจมากกว่าเหนื่อยกาย แต่ก็ไปได้เรื่อยๆ ทำหน้าที่ที่มนุษย์คนหนึ่งพึ่งกระทำ

ชนเผ่าที่ได้สัมผัส ชอบประเทศไหน

ประเทศเบนิน อยู่ตะวันตกของแอฟริกา เป็นประเทศที่ส่งออกหมอผีมากที่สุดในโลก เราไปสอนหมอผีให้ทำยาเหน็บต้านมาลาเรีย ตอนพวกเขาพาเราไปฉลองสามวันสามคืน เต้นกัน ดื่มน้ำอะไรก็ไม่รู้ เขาให้กินก็กิน ว่าง่าย เมื่อเขากินได้เราก็กินได้ หมอผีฉลองด้วยการฆ่าแพะบูชายัญ เมื่อเอามีดเฉือนแพะ เขาก็เอามือเราละเลงเลือดเพื่อทาบนแท่นบูชายัญ ตอนนั้นมือสั้น เห็นแพะตายตรงหน้าดิ้นอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะร่วมอยู่ในพิธีแล้ว ประทับใจ แต่ครั้งเดียวพอแล้ว ไม่อยากกลับไปอีก ส่วนที่ประเทศกานา ตอนนั้นเราบอกว่า อยากลองกินอาหารพื้นเมือง เขาก็เอาหนูต้มมาให้กิน กว่าจะกลืนหมดทั้งตัว เกือบแย่

การใช้ชีวิตในแอฟริกา ครอบครัวเป็นห่วงไหม

ตอนนี้เหลือคุณแม่คนเดียว คงต้องทำใจ เพราะเราเลือกทางของเราแล้ว ตอนแรกคิดว่า จะเดินทางไปทำงานในแอฟริกาแค่ 5 ปี แต่ทำแล้วมีความสุข มีประโยชน์ จึงทำต่อไปเรื่อยๆ ตอนแรกแม่ไม่รู้ว่าไปแอฟริกาทำอะไร จนแม่ไปร้านทำผมแล้วอ่านนิตยสารคู่สร้างคู่สม เห็นเรื่องราวของเรา ก็เลยตกใจว่า ลูกไปทำอะไร เราก็ค่อยๆ เล่าทีละเรื่อง
รู้สึกภูมิใจในตัวเองไหม

เฉยๆ ค่ะ เราพิเศษกว่าคนอื่นตรงไหน ก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ ได้รางวัลอะไรก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกดีใจ คนเราถ้าไม่ขึ้น ไม่ลง ก็อยู่อย่างนี้ได้เรื่อยๆ

เคยมีความรู้สึกกลัวสักนิดไหม

ไม่กลัว แต่ไม่ประมาท การตายก็แค่เปลี่ยนบ้าน คนเราถูกกำหนดมาแล้ว เราทำงานในแอฟริกากับประเทศที่ยากจนและบางประเทศมีสงคราม หลายประเทศทำงานยาก อาทิ ไลบีเรีย คองโก บูร์กินาฟาโซ แกมเบีย แต่ละวันเจอปัญหาแปลกๆ สมองจะได้ทำงาน

ทำงานช่วยเหลือตั้งโรงงานผลิตยาในแอฟริกามานานกว่า 9 ปี คิดจะทำอีกนานแค่ไหน

จนกว่าจะขึ้นเครื่องบินไม่ไหว ตอนนี้สร้างโรงงานให้คนแอฟริกาในหลายประเทศกว่า 10 แห่ง หลายคนมองว่า ยาก แต่ถ้าลงมือทำ ไม่ยากอย่างที่คิด บางประเทศอย่างบูร์กินาฟาโซ แม้กระทั่งคำขอบคุณก็ไม่มี คนประเทศนี้คงไม่มีประเพณีการขอบคุณ แต่เราก็กลับไปช่วยอีก

เวลาสื่อสารไม่เข้าใจ อาจารย์ใช้วิธีอย่างไร

ส่วนใหญ่คนแอฟริกันพูดภาษาฝรั่งเศสหรือไม่ก็ภาษาท้องถิ่น ถ้าสื่อสารไม่ได้ ก็วาดรูปให้ดู ใช้ภาษากาย ไม่ต้องพูดกัน เวลาเขาบ่นหรือว่าเรา เราไม่รู้เรื่องก็เป็นเรื่องดี แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เราไปสอนเขา ถ้าเราทำไม่เป็นอย่าสอน เหมือนการสอนให้เป็นคนดี ถ้าเราไม่ดีอย่าไปสอน

ส่วนใหญ่คนแอฟริกันจะรู้จักอาจารย์ ?

คนแอฟริกันรู้ว่า เรามาทำอะไร เพราะสื่อในประเทศที่เป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส กว่า 20 ประเทศนำเสนอเรื่องของเรา เวลาอยู่ตามสนามบินคนจะรู้จัก เป็นคนที่ใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่คิดมาก ?

มีคุณยายเป็นแม่ชี เรานั่งสมาธิตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เรานิ่ง ไม่ตื่นเต้น ไม่ดีใจอะไรมาก สมัยเด็กๆ เวลาทานของกับคุณยายจะใช้มือ ไม่ใช้ช้อน ตอนอยู่แอฟริกาก็ใช้มือ เพราะไม่มีช้อน ชีวิตตอนนี้กำไรแล้ว ทำมาหมดทุกอย่างแล้ว เราสามารถมีความสุขในสิ่งที่ทำ เราไม่เลือกมีความทุกข์ เพราะความทุกข์มีอยู่ทั่วไป ทำไมต้องไปคิดถึงความทุกข์ จะไปทุกข์ทำไม ค้นพบตัวเองพบตั้งแต่เด็ก เป็นคนมีความสุขอยู่เรื่อยๆ ใครจะว่าอะไร ถ้าเราไม่เป็นอย่างนั้น จะแคร์ไปทำไม เราเป็นคนรักตัวเอง แม้จะมาจากบ้านนอก (เกาะสมุย) แต่ไม่มีปมด้อย

----------------------------------------------------------
Life Style : Society
วันที่ 8 ตุลาคม 2554 07:00
ชีวิตนี้กำไรแล้ว กฤษณา ไกรสินธุ์
โดย : เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ

 

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top