บทวิจารณ์หนังสือเภสัชกรยิปซีเล่ม 5 โดย นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ

Journey of A Golden Heart
โดย เภสัชกรยิปซี  ดร.กฤษณา  ไกรสินธุ์
สนพ.โพสต์บุ๊กส์
ภาพประกอบจาก หน้าเฟซบุ๊คของ Post Book

 

บันทึก การเดินทางของเภสัชกรยิปซี ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์  ผู้คิดค้นและผลิตยาต้านโรคเอดส์ ยารักษาโรคมาเลเรีย และยารักษาโรคอื่นๆ  เมื่ออ่านจบฉันไม่ได้ยินดีหรือตื้นตันที่ผู้เขียนเป็นคนไทย  ฉันยินดีที่โลกของเรามีบุคคลหรือบุคลากรแบบนี้และอยากให้มีให้มากพอกับการ เยียวยารักษาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  ฉันชื่นชมการทำงานอันแสนมุ่งมั่นและมั่นคงยิ่งนักของผู้เขียน  ภาษาของ ดร.กฤษณาฯ ตรงไปตรงมา เรียบง่าย  สัมผัสได้ถึงจิตใจอันงดงาม และการเสียสละในการทำงานที่ทวีปแอฟริกาซึ่งล่วงเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว 

สิ่ง ที่ ดร.กฤษณาฯ  เขียนบันทึกเอาไว้  การทำงานผลิตยาต้านโรคเอดส์และยารักษาโรคมาเลเรีย  ที่ต้องทำงานร่วมกับคนในพื้นที่  ปณิธานอันน่ายกย่องที่ต้องการจะให้เกิดกับทุกประเทศที่ไปในทวีปนี้  คือความต้องการและอยากจะเห็นประชาชนเหล่านั้นพึ่งพาตนเองได้  การเดินทางไปอบรมและสอนการผลิตยาในแต่ละที่  มีอุปสรรคในทุกประเทศ  ไม่ว่าจะจากสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ  บุคลากรที่ต้องมารับการอบรม  การเมือง สังคม  และรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละแห่งก็มีอัตลักษณ์แตกต่างกันไป  ผู้เขียนไม่ได้โอดครวญชวนให้ผู้อ่านรู้สึกดราม่า  ทุกคำที่ถ่ายทอดออกมา  ฉันสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันแข็งแรง  ต้องฝ่าไปให้ได้  ด้วยการใช้คำพูดแบบจำกัด  ตรงไปตรงมา  นิ่งๆ  แต่อ่านแล้วนิ่งงันในความรู้สึก  ที่ใช้ภาษาอย่างธรรมดา  ผู้เขียนไม่ใช้คำที่ฟุ่นเฟือยเลย  ยิ่งอ่านและมองหน้าของผู้เขียนในภาพถ่าย  จะทำให้จินตนาการออกได้ว่า  ผู้เขียนมีบุคลิกและเป็นอย่างที่เขียนถ่ายทอดเอาไว้

การ เขียนบันทึกส่วนตัวแบบนี้  ยิ่งเป็นบุคคลซึ่งมีคุณค่าในการทำงาน  หากให้ผู้อื่นเขียนและถ่ายทอดในรูปแบบชีวประวัติ  หลายครั้งที่ฉันรู้สึกว่าผู้ถ่ายทอดได้แปลงร่างให้เจ้าของชีวิตเป็นดัง เทพเจ้า ราวกับผู้ดลบันดาล  ราวกับผู้สร้างโลก  แล้วยิ่งงานเขียนลักษณะที่เป็นอัตชีวประวัติด้วยแล้ว  ตัวเจ้าของเรื่องจะถ่ายทอดออกมาเช่นไร?  จะเนรมิตตนเองให้เป็นแบบไหน  อยากให้คนอ่านเห็นมุมไหน?  หรือจะซ่อนตัวเองอย่างไร?  เป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้เขียนอย่างมาก

บันทึกเล่มนี้  ฉันไม่เห็น”อัตตา”อะไรโผล่ออกมา  ฉันเห็นความมุ่งมั่นที่ไม่ระย่อ  ในหลายบรรทัด  อารมณ์ระหว่างบรรทัด  ที่เป็นตัวตนของผู้เขียนจริงๆ  ฉันอยากจะยกให้หนังสือเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของบันทึกการเดินทางของ จริง  ที่เข้าไปสัมผัสเนื้อในของความเป็นคนในทวีปแอฟริกา  วัฒนธรรม ประเพณี  สังคม  การเมือง  ชีวิตความเป็นอยู่  ฉันยึดให้หนังสือเล่มนี้เป็นต้นแบบชิ้นงานที่ยอดเยี่ยมอีกชิ้น 

ผู้ เขียนไม่ใช้ภาษาที่โอดครวญถึงความยากลำบาก  ลองจินตนาการกันดู  ทวีปแอฟริกาที่ประกอบด้วยประเทศที่มีประชาชนผิวดำสนิท  ความเป็นอยู่แร้นแค้น  ยากจน  ขนาดโรงแรมชั้นหนึ่งกาแฟยังปร่าด้วยรสคลอรีน  แต่...แต่...ผู้เขียน  เขียนให้ผู้อ่านรู้ว่าสิ่งที่กินเป็นอย่างไร  รสชาติแบบไหน  ไม่ได้มาโอดครวญว่านี่คือความยากลำบาก  เพราะถ้าคิดแบบนั้น  ดร.กฤษณาฯ และทุกคนรู้อยู่แล้วว่าทวีปนี้ลำบาก  และคงเลือกไม่ไปแต่แรก  แต่ชีวิตของสตรีท่านนี้ กับการเดินทางเพื่อสอนให้ชาวแอฟริกันพึ่งตนเองได้  ผลิตยาเองได้  ไม่ต้องไปซื้อยาของต่างชาติที่ราคาแสนแพง  สิ่งที่ทำยิ่งใหญ่กว่ารางวัลใดๆ จะคู่ควรมามอบให้ด้วยซ้ำไป  ฉันเห็นว่านี่คือผู้ทำงานตัวจริง  ตั้งใจและมุ่งมั่นและสำเร็จกับภารกิจของตนเอง  ในการถ่ายทอดวิชาการผลิตยา 

ฉัน เห็นด้วยที่ตอนหนึ่ง ดร.กฤษณาฯ  เขียนเอาไว้ว่า  “ฉันไม่คิดว่านักท่องเที่ยว  จะมีโอกาสได้เห็นอย่างที่ฉันเห็น  ได้สัมผัสอย่างที่ฉันสัมผัส เพราะฉันเชื่อว่า  เราจะรู้จักคนคนหนึ่งได้ดี  ก็ต่อเมื่อเราได้ทำงานกับเขาเท่านั้น”  (หน้า  287)

ดร.กฤษณาฯ  บอกว่าถ้าไม่ได้เรียนด้านเภสัชศาสตร์  ถ้าเลือกได้ก็อยากเป็นวาทยกร  อยากเป็นผู้ควบคุมวงดนตรี  เพราะเป็นคนชอบดนตรี  งานศิลปะ  ภาพเขียน ชอบแต่งกลอน  เป็นคนชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือเรียน  เพราะเชื่อว่าการมีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์อย่างเดียวอาจทำให้มองข้ามความ ละเอียดอ่อน  ความเป็นเป็นศิลปะ  ไม่ใช่คนชอบสายวิทยาศาสตร์  แต่เมื่อเรียนมาแล้วจึงต้องนำมาใช้ให้มากที่สุด 

จุด เด่นสำคัญอีกอย่างของบันทึกเล่มนี้  คือข้อมูลเกี่ยวกับประเทศในแอฟริกา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบแอฟริกาตะวันตก  ที่ผู้เขียนเขียนถึง  ภูมิประเทศและภูมิอากาศ  วัฒนธรรมและศาสนา  วัฒนธรรมของชาวแอฟริกาตะวันตก  ชีวิตประจำวัน  วัฒนธรรมดั้งเดิม  บทบาทของสตรี การแต่งงานและการมีภรรยาหลายคน  การตัดอวัยวะเพศหญิง  (Female  Genital  Mutilation) ซึ่งการตัดอวัยวะเพศหญิงจะครอบคลุมการกระทำหลายประเภท  เป็นต้นว่า  การกรีดเป็นรอยเล็กๆ  เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์  ไปจนถึงการตัดอวัยวะเพศหญิงด้านนอกออกมาทั้งหมด  ในแอฟริกาตะวันตก  การกระทำอย่างหลังเกิดขึ้นมากที่สุด  นอกจากนี้ยังมีเรื่อง  ศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม  ศาสนาอิสลามในแอฟริกาตะวันตก  ศิลปะและงานแกะสลัก  หน้ากาก  เครื่องประดับ  ประชาชนชาวแอฟริกาตะวันตกซึ่งผู้เขียนอธิบายลักษณะของชนเผ่าต่างๆ  ข้อมูลเหล่านี้  ถ่ายทอดออกมาอย่างกระชับและได้ใจความ  เหมาะแก่การเป็นเอกสารชั้นต้นในการอ้างอิง หรือผู้ที่สนใจจะศึกษาด้านแอฟริกันศึกษา  นับเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะพาลงลึกในรายละเอียดต่อไป

สิ่ง ที่ถ่ายทอดเอาไว้ในบันทึกเล่มนี้  มีคุณค่าในตัวเอง  ในความเป็นตัวของ  ดร.กฤษณาฯ ฉันรู้สึกชื่นชมและอยากจะกล่าวขอบคุณที่ได้มีโอกาสอ่านงานบันทึกชิ้นเยี่ยม  เพื่อบ่มเพาะโลกทัศน์  รวมถึงชีวทัศน์ของตัวฉันเอง  ดีใจที่โลกนี้มีต้นแบบความดีงาม  ไว้ให้ผู้อื่นได้เจริญรอยตาม  ความงดงามของการมีชีวิตอยู่  ส่วนหนึ่งมาจากการหยิบยื่นสิ่งดีงามให้แก่กันและกัน  ที่สำคัญ  เมื่อพบเจออุปสรรคหรือสิ่งกีดขวาง คุณต้องไม่ท้อ  ไม่บ่น  ไม่ยอมรับมัน แต่ต้องผ่านเครื่องกีดขวางนี้ไปให้ได้  เพื่อพิสูจน์ให้ผู้คนได้ประจักษ์ในความดีงามที่คุณต้องการจะส่งไปให้ถึงพวก เขา

สำหรับฉัน  ไม่มีคำว่า  “คุ้มทุน” กับ  “ชีวิตมนุษย์”  -  ถ้อยความนี้  เน้นย้ำอยู่เป็นระยะในบันทึก

ดร.กฤษณา  ไกรสินธุ์  เป็นนักเขียนชั้นดีได้เลย  ภาษาจริงใจ  ตรงไปตรงมา 

ด้วยความเคารพ  จากผู้อ่านคนนี้

จะคัดตอนที่ชอบบางตอนในบันทึก  มาให้อ่านกันดังนี้
-ไม่ เคยไปรับปริญญาอะไรทั้งสิ้น ทุกปริญญาบัตรส่งทางไปรษณีย์ไปบ้านที่เกาะสมุย  คิดว่าทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ผลงานกับการกระทำหลังเรียนจบมากกว่า  แต่ก็เข้าใจว่าปริญญาคงต้องมีไว้  เพราะประเทศไทยให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านี้  โดยเฉพาะปริญญาโทและปริญญาเอก แต่หลังจากนั้น  ฉันก็ต้องไปรับปริญญากิตติมศักดิ์จากสถาบันที่เคยเรียนมา  เอาเป็นว่าในที่สุดก็ต้องกลับไปรับปริญญาอีกครั้ง  ฉันไม่เคยสนใจใครตรงความร่ำรวยหรือการศึกษา  จะรู้สึกว่าคนๆ นั้นเก่งก็ต่อเมื่อแสดงความเก่งให้เห็นเท่านั้น  (หน้า  25)

-ใน ขณะที่ฉันมองว่าเอดส์คือปัญหาสังคมและสาธารณสุขควบคู่กัน  คนเป็นมะเร็งไม่ถูกรังเกียจ  แต่คนเป็นเอดส์  สังคมรังเกียจว่าพฤติกรรมทางเพศไม่ดี  ทั้งที่ผู้หญิงและเด็กซึ่งไม่ใช่คนก่อ  แต่ได้รับเชื้อมาจากสามีหรือแม่  เขาไม่ได้มีความผิด  หรือแม้แต่โสเภณีบางคน  ก็อาจจะมีความจำเป็นในชีวิตของเขา  ฉันไม่อยากตัดสินความดีและความเลวของคนที่ตรงนั้น  (หน้า  30)

-ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าความคุ้มทุนของแต่ละคนอยู่ที่ไหน  สำหรับฉัน  หากสามารถช่วยชีวิตคนได้  ไม่มีคำว่าคุ้มทุนเลย  (หน้า  32)

-ที่ บ้านพักนี้ไม่มีเครื่องบันเทิงทุกชนิด  ไม่ว่าวิทยุ  โทรทัศน์  เครื่องเล่นซีดี  ฉันก็เลยได้แต่อ่านหนังสือเท่านั้น  กลางคืนเงียบสงัด  มองออกไปข้างนอกมืดสนิท  บ้านคนทั่วไปที่นี่จะไม่มีไฟฟ้า  หรือถ้ามีก็ผลัดกันดับ  บางพื้นที่ดับวันเว้นวัน  บางที่ก็ดับเกือบทุกวัน  คนที่โรงงานเล่าให้ฟังว่าในแถบคนรวย  (คือที่บ้านพักฉัน)  ไฟฟ้าจะไม่ดับ  ถึงแม้จะดับเขาก็มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองใช้  สรุปว่าเขาไม่เดือดร้อน  คนผิวขาวที่อาศัยอยู่ที่นี่ไม่มีใครเดือดร้อน  (หน้า 59)

-เมื่อ สื่อต่างๆ ถามว่า ทำไมฉันถึงชอบแอฟริกา  ฉันตอบเพียงว่า  ฉันชอบนัยน์ตาซื่อบริสุทธิ์  แฝงไปด้วยความสุขของเด็กแอฟริกัน  พวกเขาส่วนใหญ่จะยากจน  แต่เขามีความสุขและไม่ขาดแคลน  ฉันคิดอยู่เสมอว่า  ทำไมคนแอฟริกันหาความสุขได้ง่ายจังเลย  ฉันชอบความเรียบง่าย  ความไม่หลงใหลในวัตถุของคนในทวีปนี้  (หน้า  85)

-ฉัน เคยคุยกับผู้มีการศึกษาสูงที่เป็นมุสลิมของประเทศในแถบนี้  เขาบอกฉันว่าในประเทศของเขาจุดสูงสุดของชีวิตไม่ใช่ไปแสวงบุญที่นครเมกกะ  แต่เป็นการเดินทางไปกรุงปารีส  สถานที่ที่พวกเขาใฝ่ฝันที่จะได้ไปสัมผัสเห็นบ้านเมือง  ผู้คนชาวฝรั่งเศสเพียงครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้น  (หน้า  206)

-ใคร เลยจะคิดว่าโรงงานซึ่งมีสภาพใกล้จะปิดกิจการแล้ว  เครื่องมือวิเคราะห์ซึ่งไม่ได้ใช้งานมานานถึง  15  ปี  พนักงานซึ่งมาทำงานทุกวัน  แต่ไม่มีวัตถุดิบที่จะผลิตยา  ต้องรอให้มียอดจำหน่ายจากยาที่ผลิตออกไปในท้องตลาดก่อน  ถึงจะซื้อวัตถุดิบได้  จะสามารถฟื้นสภาพขึ้นมาได้อีก  บางครั้งฉันก็ไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ภายในเวลา  8  วัน  ฉันคงจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย  หากไม่มีคนมาลีเป็นผู้ปฏิบัติงาน  (หน้า  242)

-คนเซเนกัลที่มีการศึกษาส่วนใหญ่จะมีลักษณะ หยิ่งยโส  คิดว่าพวกเขามีความเจริญก้าวหน้ามากที่สุดในทวีปแอฟริกา  เขาจะดูถูกคนแอฟริกันชาติอื่นเสมอ  นี่คงจะเป็นผลพวงจากการที่ประเทศฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าของอาณานิคมหล่อหลอม ความคิดของปัญญาชนที่นี่เป็นเวลายาวนานนั่นเอง  ฉันได้พบปะพูดคุยกับข้าราชการระดับสูงของเซเนกัล  ฉันไม่แปลกใจที่แนวคิดของพวกเขาคล้ายๆ  กับคนฝรั่งเศส  แต่ฉันสลดใจตรงที่ว่าประเทศนี้ยังคงห่างไกลจากเจ้าของอาณานิคมมากมายนัก (หน้า  276)

อ่านโดย  นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ 
คัดลอกจาก http://www.oknation.net/blog/nonglakspace/2011/10/31/entry-1

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top