ม.รังสิตผุดโรงงานผลิตยาให้นศ.ลุยจริง พร้อมช่วยเกษตรแดนใต้...ไทยรัฐ

คณะเภสัชศาสตร์ ม.รังสิต สร้างศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตยาสมุนไพร เน้นเป็นสถานที่ฝึกงานของนักศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมเพิ่มช่องทางในการช่วยเหลือเกษตรกรจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้มีรายได้ดีขึ้น...



เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ศ.(พิเศษ) ภญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวว่า คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ตระหนักถึงปัญหาสถานที่ฝึกงานของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่ต้องฝึกงานไม่ต่ำ กว่า 2,000 ชั่วโมง ก่อนสำเร็จการศึกษา ซึ่งนักศึกษาหลายคนประสบปัญหาการหาสถานที่ฝึกงาน อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการค้นหาสถานที่ฝึกงานค่อนข้างลำบาก ทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่างให้แก่นักศึกษาและมหาวิทยาลัย ทางคณะจึงได้เสนอโครงการสร้างศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตยาสมุนไพรใน มหาวิทยาลัย เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาและแก้ปัญหาดังกล่าว และจะใช้โครงการนี้ในการวิจัยและพัฒนาคุณภาพยาร่วมกับ Heilongjiang University of Chinese Medicine ประเทศจีน เพื่อพัฒนาสูตรตำรับยาสมุนไพรไทย ให้มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล

"โครงการ นี้เป็นโครงการที่ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร เพราะโรงงานแห่งนี้เป็นของสถาบันการศึกษาคณะไม่ได้ผลิตยาแข่งกับใคร เราไม่มียี่ห้อหรือผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง เราจะไม่หาประโยชน์จากการขายยาแต่ประการใด แต่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและแน่วแน่ที่จะทำเพื่อการฝึกอบรมและการบริการ ทางด้านวิชาการแก่สาธารณะเท่านั้น" คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.รังสิต กล่าว

ดร.กฤษณา กล่าวถึงการเปิดศูนย์วิจัย Herbal Medicinal Products Research and Development Centre ว่า เริ่มจากหลักสูตรเภสัชศาสตร์ หลักสูตรใหม่นั้นมีข้อบังคับโดยสภา
วิชาชีพ 3 องค์ประกอบคือ 1.นักศึกษาจะต้องฝึกงานไม่ต่ำกว่า 2,000 ชั่วโมง 2.จะต้องมีสถาบันวิจัย จึงได้จัดตั้งสถาบันวิจัยร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยรังสิต กับ Heilongjiang University of Chinese Medicine ประเทศจีน ซึ่งการดำเนินงานนี้ได้เริ่มมาระยะหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทาง การ และได้เดินทางไปเปิดสถาบันวิจัยที่ประเทศจีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นจึงมาเปิดที่นี่เพื่อทำวิจัยร่วมกัน และ 3.ผลงานวิจัย ซึ่งเราจะผลิตงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง

ทั้ง นี้ โครงการศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตยาสมุนไพรนี้ นอกจากจะมีประโยชน์สำหรับนักศึกษาแล้วยังเป็นโครงการจิตอาสาหนึ่งของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่จะมีส่วนช่วยเหลือเกษตรกรและชาวบ้านจาก3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีรายได้ที่ดีขึ้น ซึ่งทางคณะเภสัชศาสตร์ได้มีส่วนเข้าไปช่วยเหลือส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร และการผลิตยาสมุนไพรตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา โดยโครงการนี้จะรับซื้อผลผลิตพืชสมุนไพรจากภาคใต้ นำมาสู่กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผลิตยาสมุนไพรตำรับโบราณคุณภาพสูงสู่ชุมชน

คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวด้วยว่า นอกจากโครงการศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตยาสมุนไพรแล้ว ทางคณะยังได้เปิดห้องปฏิบัติการการแพทย์ทางเลือก เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาแผนไทยและเภสัชกรรมไทย โดยห้องปฏิบัติการนี้สามารถให้บริการในด้านการรักษา การใช้ยาทางเภสัชกรรมไทย โดยเปิดเป็นรูปแบบคลินิก ซึ่งต่อไปจะมีการนำอายุรเวทและแพทย์แผนจีนเข้ามาด้วย เพื่อให้เป็นการแพทย์ทางเลือกอย่างแท้จริง รวมถึงนักศึกษาสามารถเข้ามาใช้เป็นสถานที่ฝึกงานได้เช่นเดียวกับทั้งสองแห่ง นอกจากนี้ยังมีห้อง Video Conference ที่นับเป็นคณะเภสัชศาสตร์แห่งแรกในประเทศที่ใช้ระบบดังกล่าวติดต่อสื่อสาร ระหว่างอาจารย์และนักศึกษาในคณะเภสัชศาสตร์

"เนื่อง จากเรามีนักศึกษาตามแหล่งฝึกงานในโรงพยาบาลต่างๆ เป็นจำนวนมาก การจะติดต่อสื่อสารกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยจึงค่อนข้างลำบาก เราไม่มีอาจารย์ที่จะส่งไปอยู่ประจำตามโรงพยาบาล ทางคณะจึงได้ติดตั้งระบบ Video Conference ซึ่งเด็กสามารถติดต่อกับส่วนกลางคืออาจารย์และที่คณะได้ โดยที่ไม่ต้องเดินทางมา ซึ่งระบบนี้ถือเป็นแห่งแรกของคณะเภสัชศาสตร์ในประเทศไทยที่ตั้งขึ้น โดยมีการติดตั้ง 2 จุด ที่คณะเภสัชศาสตร์ และโรงงานยา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน" ดร.กฤษณา กล่าว

นอกจากนี้ จะใช้โครงการนี้ในเรื่องงานทางด้านมนุษยธรรมด้วย โดยจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมชาวแอฟริกาในการผลิตยา ซึ่งจะเป็นประโยชน์มหาศาลในการช่วยเหลือชีวิตคนยากไร้ในแอฟริกาให้มีโอกาส รอดชีวิตมากขึ้นในโลกใบนี้ โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ได้เห็นชอบโครงการดังกล่าวที่จะเป็นประโยชน์อย่างสูงแก่นักศึกษาและประชาชน ทั่วไป โดยเฉพาะประชาชนในแอฟริกาที่ทางมหาวิทยาลัยจะมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชีวิต และสุขภาพเป็นอย่างมากต่อไป.

 

 

คัดลอกจาก

นสพ ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/304077

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top