ม.รังสิต แนะเภสัชรุ่นใหม่ ศึกษายาแผนตะวันตกควบคู่สมุนไพรไทย

  ศ.(พิเศษ) ดร. กฤษณา ไกรสินธุ์ หนุนยาสมุนไพรรักษามะเร็ง สูตรหมอสมหมาย แนะประชาชนอย่าไปสนใจว่า อย.จะขึ้นทะเบียนเป็นชื่ออะไร ควรคิดถึงคุณสมบัติและการหาซื้อได้ง่าย แนะเภสัชกรรุ่นใหม่ศึกษายาแผนตะวันตกควบคู่แผนไทยเพราะยาสมุนไพร เป็นภูมิปัญญาที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สามารถปลูกทดแทนใหม่ได้


       
       จาก กรณีที่องค์การเภสัชกรรมได้รับการอนุญาตจากทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสมุนไพรรักษามะเร็ง สูตรนพ.สมหมาย ทองประเสริฐ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมอเทวดา” โดยระบุเป็นยาแก้น้ำเหลืองเสีย
       
       ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หรือที่คนในสังคมรู้จักในนาม “เภสัชยิปซี” ผู้อุทิศตนผลิตยาช่วยเหลือผู้ป่วยในในทวีปเอเชียและแอฟริกา กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยาตัวนี้เกิดขึ้นมากันหลายปีแล้ว มีการสกัด บรรจุใส่แคปซูลและทำการศึกษาวิจัย ซึ่งพบว่ามีผลในการยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ซึ่งทางโรงพยาบาลศิริราชก็ได้ตรวจสอบแล้วว่าตัวยานี้มีผลอะไรกับเซลล์ ซึ่งตนเองรู้สึกดีใจที่ยาตัวนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเรื่องเป็นราวเพราะ ว่าอย่างน้อยก็ได้ช่วยผู้ป่วยได้ในระดับหนึ่ง
       
       “เรา อย่าไปสนใจว่ายานี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแค่เพียงยาแก้น้ำเหลืองเสีย เราไม่ควรไปยึดติดกับตัวชื่อแต่ควรคิดถึงคุณสมบัติเนื้อในจะดีกว่า ขอแค่เราสามารถซื้อหาได้เหมือนกับยาแผนปัจจุบันอื่นๆ ไม่เป็นพิษเป็นภัย ถึงแม้จะเป็นยาบำรุงร่างกายหรือน้ำเหลืองก็ตาม อย่าไปสนใจเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร และในส่วนของการขาดแคลนของตัวสมุนไพรปีกไก่ดำที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเซลล์อ่อนๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนผสมของตัวยาดังกล่าว ดิฉันมองว่าถือเป็นบทเรียนอย่างหนึ่งในการวิจัย เนื่องจากเราจะต้องดูความยั่งยืนของอุปทานด้วย ซึ่งต้องมีเพียงพอ เมื่อมีความนิยมเกิดขึ้นหากไม่มีของมันก็จะแย่ นอกเหนือจากปีกไก่ดำแล้วศาสตร์แผนไทยยังต้องใช้ตัวยาหลายตัวร่วมกันซึ่งมี ความสำคัญต่อการรักษาทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะสมุนไพรตัวใดตัวหนึ่ง“ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าว

 

       ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.กฤษณา กล่าวถึงเส้นทางการต่อสู้เพื่อขึ้นทะเบียนยาว่า เรา ต้องการให้ทุกคนยอมรับซึ่งกันและกันบ้าง เพียงเรามีจุดยืนที่มั่นคง และเราก็ไม่ได้ทำร้ายคนอื่น ทำผลประโยชน์และเพื่อสุขภาพของคนไทยโดยรวมไปเรื่อยๆ ต่อไปคนก็เห็นสิ่งที่เราทำเอง ดิฉันอยากให้ทุกคนมีจุดยืนเพื่อประชาชน ทำเพื่อคนจนหรือคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยาอะไรที่ภาคเอกชนทำได้ดีก็ไม่ควรจะไปแข่ง ปล่อยให้เขาทำไป แต่ยาที่เป็นของรัฐจะต้องไม่แพง เพื่อให้คนจนมีโอกาสได้ใช้ เพราะรัฐไม่ใช่บริษัทเอกชนที่จะต้องทำผลกำไร หากเรามีการบริหารจัดการที่ดี ราคายาในบ้านเราจะลดลงกว่านี้

       คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวต่อไปว่า ทั้งยาแผนไทยและแผนตะวันตกต่างมีความสำคัญ เราควรจะนำมาใช้ร่วมกัน ผู้ป่วยจะเลือกใช้ยาแผนตะวันตกก็ได้แล้วนำยาแผนไทยมาช่วยลดอาการข้างเคียง บางโรงพยาบาลในประเทศจีน ก็ใช้ยาแผนปัจจุบันรักษาโรคเฉียบพลัน เมื่อมีอาการเรื้อรังก็หันมาใช้ยาแผนจีน ซึ่งทั้งคู่สามารถเดินไปด้วยกันได้ เพราะฉะนั้นเราควรคิดถึงผลรับที่จะเกิดขึ้นกับคนไข้ดีกว่า
       
       "ดิฉัน อยากฝากให้เภสัชกร รุ่นใหม่ๆ มองเห็นคุณค่าความเป็นไทยและใช้ร่วมกับแพทย์แผนตะวันตก เราอย่าทิ้งความเป็นไทย เพราะการใช้สมุนไพรเป็นภูมิปัญญาของเรามีค่ามาช้านาน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายธรรมชาติ สามารถปลูกทดแทนใหม่ได้ ในขณะที่การใช้สารเคมี ต้องมีการสังเคราะห์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากมาย นอกจากนี้การใช้ยาสมุนไพรยังเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้ดิฉันลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อส่งเสริมและขยายพื้นที่การปลูกสมุนไพร ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในพื้นที่มีสมุนไพรที่ใช้ในการผลิตยาอยู่แล้ว 38 รายการ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพเนื่องจากที่นั่นคุณภาพดินดี ทั้งนี้ทางคณะทำงานได้นำต้นพันธุ์ที่ดีเข้าไปส่งเสริมและสอนวิธีปลูก วิธีเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้คุณภาพ"

คัดลอกจาก
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000052497&#Opinion

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top