ขาเทียมของสมเด็จย่าที่แอฟริกา

วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็นอีกวันหนึ่งที่สำคัญของคนไทย วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ หรือ สมเด็จย่าอันเป็นที่รักของคนไทย แม่ฟ้าของชาวดอยและผู้ยากไร้ วันนี้ข้าพเจ้ามีเรื่องราวดีๆๆที่อยากจะแบ่งปันให้กับเพื่อนๆๆในวันที่สำคัญ วันนี้ เรื่องราวร่วมรำลึกถึงความรักของพระองค์ที่มีแก่คนไทยและ คนพิการ เรื่องราวของมูลนิธิขาเทียมของสมเด็จย่า

แม้ ว่าสมเด็จย่าและสมเด็จพระพี่นางได้เสด็จพักผ่อนสุ่สวรรคาลัยแล้ว แต่พระนามของทั้งสองพระองค์และพระราชกรณียกิจยังคงอยุ่ในใจของคนไทยทุกวัน มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นหนึ่งในความทรงจำของคนไทยและยังคงเติมเต็มความฝันความหวังให้กับผู้ พิการผู้ยากไร้คนไทยไปตราบนานเท่านาน
มูลนิธิขาเทียมของพระองค์ไม่ได้เป็นที่รู้จักและช่วยเหลือเฉพาะ คนไทยเท่านั้น วันนี้มูลนิธิขาเทียมกำลังเติมเต็มความฝันให้เป็นจริงให้กับผู้พิการใน ประเทศยากจนในแอฟริกา

ประเทศบุรุนดิ ประเทศที่คนไทยไม่ค่อยจะรู้จัก เพราะตั้งอยู่ห่างไกลจากประเทศของเรามาก บุรุนดิเป็นหนึ่งในประเทศยากจนที่สุดในโลก มีรายได้เฉลี่ยเพียงคนละ 13,200 บาทต่อปี (ไทย 280,000 บาท/ปี, อเมริกา 1,500,000 บาท/ปี (ข้อมูลปี 2008) ในสภาพความเป็นจริงนั้นเต็มไปด้วยความยากจน แร้นแค้น ความอดอยาก มิหนำซ้ำสงครามการเมืองยังคงครุกกรุ่นซ้ำเติมความทุกข์ยากให้กับผู้คนในบุรุนดิเป็นเวลาถึง 13 ปี ประชากรของบุรุนดิส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและคนทำงานเท่านั้น ประเทศนี้ไม่ค่อยมีคนแก่ เพราะส่วนใหญ่จะเสียชีวิตก่อนที่จะเข้าสู่วัยชรา เพราะปัญหาโรคติดต่อและความอดอยาก(คนอายุเกิน 65ปี มีเพียง 2.5% ของประชากรทั้งหมด 8.9 ล้านคน)



สงครามกลางเมืองในแต่ละครั้งได้ฝากความพิการไว้ให้กับเด็กๆๆและผู้หญิงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความพิการซ้ำเติมโชคชะตาชีวิตให้ดูเศร้ากว่าที่เป็น จำนวนผู้พิการยังคนมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆๆวันตราบใดที่สงครามยังคงวนเวียนอยู่ในประเทศนี้ การเอาชีวิตในรอดในแต่ละวันคือสิ่งเดียวที่ทุกคนต้องดิ้นรนช่วยตัวเอง คนพิการคงจะต้องดิ้นรนกว่าคนปกติหลายเท่าตัวในการเอาตัวรอดจากความทุกข์ยากในแต่ละวัน ความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นของคนพิการเหมือนจะเป็นแค่ความฝันลมๆๆแล้งๆๆเท่านั้น

ความฝันของคนพิการมันก็ไม่ได้หมดหวังเสมอไป วันนี้ชาวบุรุนดิกำลังเรียนรู้วิธีการสร้าขาเทียม เด็กๆๆพิการชาวบุรุนดิกำลังจะมีโอกาสได้เดินเหมือนเด็กๆๆทั่วไปอีกครั้ง


 

คุณหมอ Jean Claude Hakizimana แพทย์อายุกรรม ผู้ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลบุรุนดิ นำคณะทหารและทหารผ่านศึกของบุรุนดีจำนวน 9 คน เดินทางมาศึกษาวิธีการทำขาเทียม ที่มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จ.เชียงใหม่ คุณหมอเองสูญเสียแขนซ้ายจากการถูกทำร้ายในช่วงสงครามกลางเมืองในบุรุนดี และเข้าใจอุปสรรคในการดำรงชีวิตของผู้พิการในบุรุนดีเป็นอย่างดี คณะทหารและทหารผ่านศึกจากกระทรวงกลาโหมบุรุนดีได้รับการอบรมกรรมวิธีในการทำขาเทียมจาก ศาสตราจารย์นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ ผู้ได้รับรางวัลแม็กไซไซ ประจำปี 2551 ท่านเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นการทำขาเทียมจากวัสดุเหลือใช้ และราคาถูก ทำให้ผู้พิการจำนวนมากทั้งในประเทศไทยและในเอเชียมีโอกาสดำรงชีวิตและทำงานในไร่นาได้เกือบเหมือนคนปกติ




คุณหมอ Hakizimana และคณะชาวบุรุนดี เริ่มเข้าฝึกอบรมที่มูลนิธิขาเทียมฯ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 และจะสำเร็จหลักสูตรในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2552 โดยเมื่อเดินทางกลับประเทศบุรุนดีแล้ว รัฐบาลบุรุนดีหวังที่จะใช้ความรู้และประสบการณ์ที่บุคลากรเหล่านี้ได้รับในประเทศไทย ไปก่อตั้งหน่วยงานที่ผลิตขาเทียมให้แก่ผู้พิการชาวบุรุนดีต่อไป คุณหมอกล่าวว่า ดีใจและมีความสุขที่ได้มาฝึกอบรมที่มูลนิธิขาเทียมฯ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก และจะจดจำประสบการณ์และความประทับใจนี้ตลอดไป

(คุณหมอ Hakizimana คือคนทียืนอยู่ในภาพครับ แขนของท่านขาดจากการร่วมสงคราม ท่านทำอะไรมากไม่ได้ ขณะนี้ท่านอยู่ที่เมืองไทย เข้าอบรมและเป็นล่ามให้กับทหารจากบุรุนดิ 8 คน เนื่องจากท่านคนเดียวเท่านั้นที่พูดภาษาอังกฤษได้ นอกนั้นพูดเป็นแต่ภาษาฝรั่งเศส)

 

ความสำเร็จและโอกาสที่ชาวบุรุนดีเหล่านี้ได้รับ เป็นผลมาจากความริเริ่มบุกเบิก และความพยายามอย่างไม่ท้อถอยของ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรยิปซี ขวัญใจคนไทย ผู้ได้รับรางวัลแม็กไซไซ ประจำปี 2552 ดร.กฤษณาเดินทางไปฝึกสอนชาวบุรุนดีให้ผลิตยารักษาโรคมาลาเรีย เธอนำเสนอเรื่องราวของมูลนิธิขาเทียมฯ และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากท่าน อภิชิต อัตสัตถวาสี เอกอัครราชทูตไทยประจำเคนยา (ท่านเพิ่งเกษียณราชการไปเมื่อเร็วๆ นี้)

 

เธอเป็นคนแรกที่เล่าเรื่องราวของมูลนิธิขาเทียมให้ชาวบุรุนดิได้รู้จัก เธอทำให้ผู้นำในรัฐบาลบุรุนดิ รู้ว่ามีโครงการดีๆ ที่เป็นประโยชน์ทั้งทางด้านสาธารณสุขและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่เหมาะสมกับประเทศเพิ่งผ่านพ้นสงคราม เช่น บุรุนดี (ดร.กฤษณาเดินเข้าไปในกระทรวงกลาโหมบุรุนดี เพื่อพบนายพล รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหม นำใบสมัครไปมอบให้ด้วยตนเอง และอธิบายให้ผู้ได้รับคัดเลือกเข้าฝึกอบรมว่า ประเทศไทยอยู่ที่ไหนและจะต้องเตรียมตัวในการเดินทางมาได้อย่างไร)

เธอได้ช่วยประสานงานกับหน่วยงานราชการของบุรุนดิและสถานทูตไทย ที่ไนโรบิ ประเทศเคนยา ในการส่งคณะชาวบุรุนดีมาฝึกอบรมขาเทียมที่เมืองไทย เธออยากมีส่วนเติมเต็มความฝันของคนพิการในแอฟริกาที่จะใช้ชีวิตและทำงานสร้างชีวิตอย่างคนปกติ แม้จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาต่างๆ มากมาย และวันนี้ความฝันของเธอกำลังจะเป็นจริง




 

หากท่านใดอยากจะมีส่วนช่วยเหลือชาวบุรุนดิในเรื่องขาเทียม กรุณาติดต่อคุณหมอ Hakizimana ได้โดยตรงที่มุลนิธิขาเทียมฯที่เชียงใหม่ หรือติดต่อผ่านมูลนิธิขาเทียมฯได้ที่ Tel. (66)53-112271-3


สมเด็จย่า - คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช ศิลปินแห่งชาติ

ขอบพระคุณภาพประกอบจาก มูลนิธิคามิลัส ประเทศเคนยา ขอบพระคุณคุณหญิงมาลัยวัลย์ที่ได้อนุเคราะห์เพลงประกอบ ขอบพรคุณอาสาสมัครนิรนามที่ช่วยแบ่งปันข่าวสารจากประเทศบุรุนดิ ขอบพระคุณภาพคุณหมอจากหนังสือพิมพ์ The Nation


ขอบพระคุณภาณุพันธ์ โชติรังสิยากุล เจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ณ กรุงไนโรบี ที่ได้ช่วยประสานงานให้คุณหมอ Hakizimana และคณะเดินทางมาเมืองไทย

ขอบพระคุณ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ที่อัญเชิญพระนามของสมเด็จย่าและมูลนิขาเทียมไปแบ่งปันแก่ชาวบุรุนดิ สร้างความภาคภุมิใจให้คนไทยอย่างยิ่ง ที่คนไทยได้มีส่วนช่วยให้คนบุรุนดีจำนวนมากเดินได้อีกครั้ง


ขอบพระคุณมูนิธิขาเทียมฯที่เติมฝันและแบ่งปันความรักของสมเด็จแด่ชาวบุรุนดิ และเติมเต็มความหวังให้กับคนพิการในแอฟริกา


วันนี้หากคุณดื่มน้ำอัดลมกระป๋อง อย่าลืมสะสมจุกเปิดอลุมิเนียม เพื่อร่วมสมทบการจัดสร้างขาเทียมนะครับ เล้กๆๆน้อยของท่าน ช่วยเติมฝันที่ยิ่งใหญ่ให้กับใครบางคนได้ครับ
****************************************************
คัดลอกเรื่องนี้จาก http://www.oknation.net/blog/thaithai/2009/10/21/entry-1

 
Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top