คนอย่างเธอก็ยังมีเหลืออยู่ในโลกนี

จากเรื่องราวในเศษกระดาษหนังสือพิมห์แผ่นหนึ่ง และ Forward mail ที่ส่งต่อกันเป็นทอดๆๆ "เภสัชกรยิปซี ผู้ถูกเรียกว่าเภสัชกรที่เร่ร่อนไปสอนคนให้ผลิตยาที่แอฟริกา ซึ่งต่อสู้ดิ้นดนเพื่อให้ผู้ยากไร้ได้มีโอกาสได้เข้าถึงยารักษาโรค คนไทย คนดี โลกรู้จัก แต่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก" ผมรู้สึกสงสัยในเรื่องนี้ หญิงคนนี้จะมีตัวตนจริงหรือเปล่า  แม้จะเป็นเรื่องเล่า ผมก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมและดีใจหากมีคนนี้จริงในโลกนี้

ความประทับของผมที่มีต่อเรื่องนี้ ได้บรรดาลใจให้ผมเขียนภาพสีน้ำจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมได้ถ่ายทอดความประทับใจของผู้หญิงคนหนึ่งลงในกระดาษ 200 ปอนด์กับสีน้ำ หลังจากวาดเสร็จก็หาวิธีที่ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ ผมได้พบอีเมลชื่อของเธอจาก www.pantip.com หลังจากได้มาก็ลองเสี่ยงส่งอีเมลไปหาอีเมลที่ว่านี้ เผื่อว่า ผู้หญิงเจ้าของเรื่องราวชีวิตที่น่าพิศวงและประทับใจคนนี้อาจจะได้รับ

 

 

เธอเป็นใคร เธอมาจากที่ไหน ผมพยามที่จะค้นหาเรื่องราวของเธอทางอินเตอร์เน็ท ผมพบว่า

  • ผู้บุกเบิกสอนผลิตยาต้านเอดส์แก่ประเทศยากจนรายแรกของโลก
  • ผู้ใช้ชีวิตเร่รอนสอนประเทศยากจนผลิตยาต้านเอดส์(สอนฟรี)รายแรกของโลก
  • เภสัชกรรายแรกของโลกที่สื่อต่างชาติเจาะลึกชีวิตมากที่สุด
  • เภสัชกรรายแรกของโลกที่บอร์ดเวย์นำไปทำละครทีฮือฮาที่สุดในโลก
  • เภสัชกรคนไทยที่บริษัทยาทั่วโลกรังเกียจที่สุด
  • เภสัชกรที่ทรงพลังในการเรียกร้องและต่อต้านการเข้าถึงยาของคนยากจน
  • เภสัชกรไทยคนแรกที่ยอมละทิ้งชีวิตที่สุขสบายในเมืองไทยแล้วไปใช้ชีวิต
    ในประเทศยากจนในแอฟริกา แบบยิบซี(ชีวิตเร่ร่อน)
  • คนไทยคนแรกของโลกที่โลกสงสัย "ยังมีคนอย่างนี้ด้วยหรือในโลกปัจจุบัน"

แม้จะรู้ว่าเรื่องราวนี้จะเป็นเรื่องจริง แต่ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้มีตัวตนจริงๆๆ หรือเปล่า หรือเป็นแค่เรื่องราวที่เอามาเล่าให้ตื่นเต้น ชวนสงสัยกัน

หลังจากที่ผมได้ส่งอีเมล ผมใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็ได้อีเมลตอบกลับมา พร้อมข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า เธอเป็นเจ้าของอีเมลและอยากจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของภาพเขียนของผม อยากจะเก็บภาพนีไว้ในไดอารี่ของเธอ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทำงาน และเธอผู้นั้นก็ให้เบอร์โทรศัพท์ในข้อความนั้นด้วย เมื่อผมได้อ่านจบ ผมก็.........

"ฮัลโหล ดร.กฤษณา หรือครับ ผมกิ๊บางกอกที่เขียนเรื่องของอาจารย์ครับเมื่อคืนนี้ครับผมเห็นอาจารย์ให้เบอร์ไว้ ก็เลยโทรหาคุณครับ...............

ผมขออนุญาติเรียก "อาจารย์"นะครับ ไม่รู้ว่าจะเรียกอย่างไรถึงจะเหมาะหลังจากได้รับอีเมลของอาจารย์ ผมตื่นเต้นมากครับ อยากจะมอบให้กับอาจารย์เลยครับ เห็นว่าอาจารย์จะไปทำงานที่ต่างประเทศอาทิตย์หน้า ผมไม่รู้ว่าเมื่อไร อาจารย์ จะได้เห็นภาพสีน้ำตัวจริงของผม ผมอยากจะเอาไปให้อาจารย์ก่อนเดินทางครับ

... ครับ ครับ.... ผมว่างพอดีครับ 5 โมงเย็น ครับ....
ที่ร้านกาแฟ โรงแรมสยามซิตี้ ใกล้ๆๆๆ BTS พญาไท นะครับ.... แล้วพบกันครับ
อาจารย์"

หลังจากวางสายก็ยิ่งแปลกใจ ตัวจริงหรือตัวปลอมวะนี่ ถ้าคนดีคนดังจริง ไม่น่าจะ ให้คนธรรมดาชาวบ้านอย่างเราเข้าพบง่ายๆๆ แน่ๆๆๆ เลย นิ... เอาเถอะ จะโดนต้ม หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ลองไม่รู้ ถ้าเป็นตัวจริง ก็โชคดี ได้กระทบไหล่คนดังระดับโลก ที่เขาล่ำลือในต่างประเทศกัน ถ้าตัวปลอม เราก็แค่เสียค่ารถเมล์ฟรีก็เท่านั้นเอง

เอาว๊ะ..เป็นไงเป็นไง ถึงที่แล้วนี่เรา ใจสู้เข้าไปหาดีกว่า





เมื่อถึงเวลา 16.45 น.วันนี้ คิดว่าผมน่าจะไปถึงที่นัดหมายก่อนเวลา น่าจะเหมะกว่านะ เพราะถ้าผู้หญิงคนนี้เป็น ดร.กฤษณา ตัวจริง คงจะไม่เหมาะแน่ถ้าผมไปสาย

ทันทีที่ผมถึงโรงแรม ผมเห็นผู้หญิงผมสีเทาคนหนึ่ง นั่งข้างๆๆผู้หญิงท่าทางเหมือนนักวิชาการอยู่ในร้านกาแฟในล็อบบี้ ผมเดาดูน่าจะใช่ แต่หน้าตาแกไม่เหมือนที่ผมเห็นในเวบไซด์เลยนะ เพราะในเวบไซด์เป็นภาพผู้หญิงหน้าตาดุๆๆ ไม่ยิ้มแย้มเอาเท่าไร

"ใช่ ดร.กฤษณา หรือเปล่าครับ " หลังจากที่แกรับไหว้ผม ผมก็หยิบภาพสีน้ำที่ท่านขอผม มาทางอีเมล เพื่อส่งมอบให้กับท่าน "นี่เป็นของขวัญเล็กๆๆน้อยๆๆ ของคนที่แอบชื่นชม ท่านอยู่นะครับ หวังว่าท่านคงจะชอบนะครับ"

ผมได้นั่งคุยกับ ดร.กฤษณา ประมาณ 1.25 ชั่วโมง ด้วยความสนุกสนาน และผมขอเล่าเรื่อง ไฮไลน์ที่ผมอยากจะแบ่งปันให้ฟัง ตามข้อความข้างล่างนี้นะครับ

Kibangkok.... ทำไมหน้าตาอาจารย์ไม่เหมือนในเวบไซด์เลยครับ ในเวบดูท่าทางเข้มขรึม
ดุเอาเรื่องเลยครับ
ดร.กฤษณา... เหรอ... พี่ก็หน้าตาแบบนี้แหละ เวลาทำงานก็ดุเอาเรื่องเหมือนกันหละ แต่
ก็เป็นคนเรียบง่าย สบายๆๆๆ ค่ะ






ตอนเด็กๆๆๆ พี่เคยอยากเป็นนักดนตรี อยากทำงานด้านดนตรี เช่น
คอนดักเตอร์ คุมวงดนตรี และก็ชอบงานศิลปะค่ะ ก็เลยอยากจะเจอน้องในวันนี้ เออ..
น้องวาดรูปขายเหรอ คงจบมาทางด้านศิลปะซินะ

 

ดร.กฤษณา... อ๊าว..ทำไมหน้าตาน้องถึงไม่เหมือนไอคอนในบล็อคเลยล่ะ

Kibangkok....ไอคอนเป็นรูปในอนาคตของผม หน้าตาผมคงจะเป็นอย่างนั้นแน่ๆๆถ้าผม
อายุ 65 ปี สำหรับผม ผมไม่ได้วาดรุปขายครับอาจารย์ ก็วาดเล่นๆๆเอาไปตกแต่ง
บล็อคส่วนตัวไว้ดูเล่น อ่านเล่นเท่านั้นเอง ใช้เสร็จก็เก็บเข้าแฟ้มเอาไว้ดูตอนแก่

ผมจบมาทางด้านบริหารฯและก้อทำงานเกี่ยวกับขายอะไหล่รถยนต์ แต่ชอบงานขีดๆๆเขียนๆๆ
ฝันอยากจะเรียนสีน้ำกับครูตัวเป็นๆๆซักที เพราะที่ผ่านเรียนจากหนังสือ "อ่านไปวาดไป"
ของ อ.ทวีพงษ์ อาจารย์คนนี้ดังระดับโลก แต่คนไทยไม่ค่อยรู้จักเหมือนๆๆอาจารย์นั่นแหละ
คนใต้เหมือนอาจารย์เลย อิ อิ...


Kibangkok.... อาจารย์นึกอย่างไรถึงไปทุ่มเทชีวิตให้กับคนแอฟริกา ผมไม่เข้าใจเลย
ผมนะเห็นคนดำๆๆๆ ก็อย่างว่านะ กลัวๆๆยังไงไม่รู้ ที่โน่นท่าทางอันตราย
ออก ถ้าผมเป็นอาจารย์นะ ผมอยู่เมืองไทย หาเงินเที่ยว ไม่ไปลำบากอะไร
ที่โน่นหรอกครับ

ดร.กฤษณา... คนไทยหลายคนคงไม่ค่อยรู้จักแอฟริกา พี่เชื่อว่าน้องก็คงไม่รู้จัก ที่นั่นนะ
สวยงามมาก โดยเฉพาะผู้คน เค้า simple ง่ายๆๆๆ ไม่มีพิษมีภัยอะไร เด็กๆๆ
หน้าตาสวยงาม แววตาของเด็กผิวดำ ถ้าคุณได้มองจริงๆๆแล้ว คุณจะเห็นความ
สดใส และอยากจะรัก ตาเค้าสวยมากเลย และอีกอย่าง วัฒนธรรมของเค้า ก็
ชาวบ้านมากๆๆ เค้าเดินไปทำงาน เจอกันก็ทักทาย และก้อร้องเพลงพื้นบ้านของเขา
มันดูสดใสร่าเริงมากเลย สำหรับพี่ พี่มีความสุขที่ได้พบ ได้คุยกับพวกเค้ามากเลย







Kibangkok.... อาจารย์ครับ บอกตรงๆๆนะ ถ้าผมเป็นอาจารย์ ผมคิดค้น
ยาต้านเอดส์ได้ ผมขายลิขสิทธิ์ โกยเงินเข้ากระเป๋าตุงไป
นานแล้ว ทำไมอาจารย์คิดอย่างไร ถึงตัดสินใจ ให้เขาฟรีๆๆ
และยังบินไปสอนพวกเขาอีก ครับ งงครับ...

ดร.กฤษณา... ความรักความสงสารค่ะน้อง พี่เห็นแววตาของเด็กๆๆแล้วพี่
สงสารพวกเค้า ถ้าพี่คิดจะทำเพื่อหวังผลทางธุรกิจ พี่ก็คงไม่ได้มานั่งแบบนี้
หรอก พี่คงจะไม่อยู่กันอย่างนี้หรอกค่ะ ความสุขทางใจ มันหาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน
พี่สัมผัส พี่เข้าใจ หรือตอบสั้นๆๆว่า "เข้าใจในมนุษยธรรมมากขึ้น" ค่ะ

หลายคนก็สงสัยพี่ว่า พี่คงมีเชื้อ HIV มั้ง ถึงได้ทุ่มเทอะไรขนาดนี้เพื่อตัวเอง
คนดีๆๆใครจะทำกัน พี่ไม่มีเชื้ออะไรใดๆๆเลยนะค่ะน้อง ใครจะว่าอะไร
ก็ไม่อยากจะสนใจ เราก็ทำตามอุดมการณ์ของเราดีกว่า ไม่มีใครรู้ใครเห็น
พี่ก็เชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้า รู้ทุกรายละเอียดของเรา ไม่จำเป็นจะต้องไป
โต้เถียงอะไรใคร

( ผมนั่งนึกในใจ...โห..ไอ้คนเราคิดยังงี้ได้ไง อาจารย์ดูท้วมเอ้า ท้วมเอา HIV
สายพันธุ์ไหนนะที่ทำให้อาจารย์คนนี้สมบูรณ์ขนาดนี้ กลมซะ......เอิ๊กๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ )


Kibangkok.... ผมก็คิดเหมือนกันครับ คนส่วนใหญ่ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเป็น
โรคนี้ก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วเรื่องราวของอาจารย์ ที่ผมสนใจและปลื้มอาจารย์
ก็เพราะผมป่วยเป็นโรคร้าย โรคไต ซึ่งก็ทรมานไม่ต่างจากโรคเอดส์หรอกครับ ผมเคย
คิดเสมอว่า เมื่อไรมนุษย์ถึงจะคิดยาต้านโรคไตได้นะ ทุกวันนี้คนตายด้วย
โรคไตกันมากขึ้น คนป่วยโรคเอดส์ หรือโรคไต ส่วนใหญ่มักจะหมดหวัง
และสิ้นหวังในชีวิต ถ้าหากวันหนึ่งมีคนให้ความหวังอย่างอาจารย์ ผมว่า
มันสุดที่จะปลื้มนะครับอาจารย์ นี่คือเหตุผลทำไมผมถึงปลื้มอาจารย์
อาจารย์สร้างความหวังให้กับมนุษย์ไงครับ คนป่วยด้วยโรคเรื้อรังคงจะเข้า
ใจความรู้สึกผมดีนะครับ ถ้าเพื่อนผมมาเป็นโรคไตเหมือนผม เค้าคง
จะเข้าใจครับ ว่าทำไมผมบ้าเรื่องของอาจารย์จังเลย




Kibangkok....ผมสงสัยจัง ฝรั่งเอาชีวิตของอาจารย์ไปสร้างหนังจริงหรือครับ
ดร.กฤษณา... ก็เป็นเรื่องจริงค่ะ ละครหรือหนังที่เอาไปสร้าง เค้าเอาเรื่อง
ราวชีวิตการทำงานของพี่ที่คองโก ซึ่งเป็นประเทศแรกที่พี่ไปบุกเบิกเรื่องยา
พี่ก็ไม่รู้นะว่าพวกฝรั่งเค้าคิดอย่างไร เค้าคงจะปลื้มอะไรเป็นพิเศษมั้งค่ะ
ตอนที่พี่อยู่คองโก ก็มีหนังสือพิมห์ต่างชาติมาคอยสังเกตุเอาไปทำข่าวเป็น
ประจำค่ะ ละครบอร์ดเวย์ เค้าก็เอาชีวิตการทำงานที่คองโกนั่นแหละ ไปทำ
ละครที่เค้าฮือฮากัน

ที่น่าตื่นเต้นที่สุด ก็ตอนที่พี่ไปเยอรมันค่ะ หนังสือพิมห์ระดับ
แนวหน้าของเยอรมันมากันทุกสำนักเลย มีเล่มหนึ่งเค้าพิมห์สำภาษณ์พี่
ประมาณ 5 หน้าเลยหละ สำภาษณ์ฟรีค่ะ ถ้าคิดเป็นเงินไทย ก็หลายบาทโข
เลยหละน้อง

Kibangkok....ที่เมืองไทยเค้ามารู้จักอาจารย์ได้อย่างไรกันครับ
ดร.กฤษณา...เค้ารู้จักกันใน Pantip ค่ะ ซุปซิบกันเรื่องของพี่ คุยกันในกระทู้
ที่ pantip เป็นจุดเริ่มต้นที่คนไทยรู้จักเรื่องราวของพี่ค่ะ
พี่เห็นกระทู้หนึ่งเค้าเขียน "ถ้า ดร.กฤษณาเค้าเห็น เค้าคงตอบหรอกนะ"
พี่เห็นกระทู้นี้ปุ๊บ พี่ก็ตอบเลยค่ะ เค้าคงคิดว่าพี่คงไม่มีตัวตนมั้ง? ฮ่าๆๆๆๆๆ...

พี่ใช้เน็ตเป็นประจำค่ะ อย่างน้อง
นี่พี่เห็นอีเมลเมื่อวันศุกร์ พี่ก็ตอบอีเมลเลย พี่ยัง forward ภาพของน้อง
ส่งไปให้คุณแม่ดูเลย แกบอกว่า หน้าเหมือนตัวจริงเมื่อตอนเป็นสาว ฮ่าๆๆๆ...



Kibangkok....แล้วสื่อไทยมีใครสำภาษณ์อะไรบ้างไหมครับ
ดร.กฤษณา.. นี่ค่ะ หนังสือพิมห์ the Nation เค้าเคยสำภาษณ์นานมาแล้ว
พี่ยังตัดหนังสือพิมห์นี้ไว้อยู่เลย พี่ชอบภาพที่เค้าถ่ายมากเลย ทางทีวี
ก็มีเหมือนกันค่ะ แล้วก็เขียนกันในเวบไซด์ ในบล็อค ส่งเมลกัน
เรื่องราวของพี่ทางฟอร์เวิดเมลอะไรทำนองนี้แหละ

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนก็มีคนจาก nation มาคุยกับพี่เหมือนกัน ว่าจะทำ
เวบไซด์อะไรนี่แหละเกี่ยวกับตัวพี่ เดี๋ยวพี่ต้องไปกลับไปดูไดอารี่ก่อนนะ
มีหลายคนมาสำภาษณ์ มันเยอะเหมือนกันจำไม่ค่อยได้

วันจันทร์นี้ ทางรายการ "Morning Talk " ของทางช่อง 11 เค้าจะมาอัด
วีดีโอสำภาษณ์พี่ที่โรงแรมนี้ พี่ต้องรีบสำภาษณ์ เพราะวันจันทร์นี้พี่จะขอ
ปลีกวิเวกไปทำงานส่วนตัวหน่อยค่ะ


Kibangkok....ปลีกวิเวกไปทำอะไร ที่ไหนครับ
ดร.กฤษณา.. สถานที่อันนี้ พี่ไม่ขอบอก พี่อยากไปใช้ชีวิตง่ายๆๆๆ อยากจะ
ไปใช้สถานที่เขียนพ็อคเก็ตบุ๊คของตัวเองซักเล่ม มีสำนักพิมห์แห่งหนึ่ง
เค้ามาสำภาษณ์และขอร้องให้พี่เขียน พี่ก็ดันไปรับปากเขาเรียบร้อยแล้ว
ภาพก็ส่งให้เค้าหมดเรียบร้อยแล้ว แต่พี่ยังไม่มีเนื้อเรื่องเลย พี่ละกลุ้มใจ
อยุ่เหมือนกัน ว่าเราจะเขียนอะไรดีนะ

ก็จากที่เค้าพูดคุยกันในบล็อคต่างๆๆ และก็ pantip.com เค้าอยากให้พี่
ทำโน่นทำนี่กัน แต่พี่ก็ไม่มีเวลาและโอกาสได้ทำซักที สุดท้ายก็....
เป็นที่มาของการปลีกวิเวกนี่แหละค่ะ

ใจนึงก็อยากเขียนเรื่องชีวิตการทำงานของเรา ว่าจะเอาไดอารี่ส่วนตัว
ที่ตัวเองเขียนบันทึกประจำวันไว้มาลงหนังสือ มีหลายเล่มนะ แต่ถ้าเขียนมากๆๆ
คนอ่านเค้าคงจะเบื่อเอา เล่าอะไรไม่รู้ เรื่องส่วนตัวจนเกินไป มานั่งยกยอตัวเอง
ให้คนอื่นฟัง น่าเบื่อออกจริงไหมน้อง

พี่ก็ยังกลุ้มๆๆ ไม่รู้ว่าจะเขียนหนังสือออกมาแนวไหน พี่ก็เลยอยาก
จะปลีกวิเวกซักหน่อย เผื่อจะได้ไอเดีย หรือได้มุมมองดีๆๆมา
เล่าสู่กันฟัง ก็คงจะเป็นเรื่องราวแอฟริกา และชีวิตการทำงานบางส่วน
แหละค่ะ

คาดว่าพี่คงจะแล้วเสร็จ ประมาณ กันยายน นี้นะ สำนักพิมห์เค้าบอกจะ
เปิดตัวหนังสือของพี่ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ร้าน บีทูเอส คอยไปให้กำลังใจ
พี่หน่อยก็แล้วกันนะค่ะ

พี่ก็ไม่รู้ว่า จะมีคนซื้อมาอ่านหรือเปล่า เพราะเรามันไม่ใช่ดาราหรือ
คนที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย ถ้าขายไม่ได้ พี่ก็คงไม่ได้คิดมากอะไร
เพราะอยากทำ อยากมีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวดีๆๆให้คนไทยได้อ่านกัน


Kibangkok.... โถ...อาจารย์อย่าไปคิดอย่างนั้นครับ ผมคนหนึ่งหละ
อยากจะรู้เรื่องราวของอาจารย์ อยากรู้จังว่า เภสัชกรยิบซีเป็นอย่างไร
ทำไมถึงต้องไประเหเร่ร่อนที่แอฟริกา อย่างน้อยผมก็จะได้รู้ว่า
ทำไมนะ คนผิวดำที่ผมไม่อยากเข้าใกล้ แต่อาจารย์ถึงได้ไปตกหลุม
รักเค้า เด็กๆๆและผู้คนน่ารัก โดนอะไรหนักหนา ถึงต้องทุ่มเทให้ขนาดนี้

มันน่าสนใจดีนะครับ ผมคนหนึ่งหละที่อยากหาคำตอบจาก
หนังสืออาจารย์ เขียนเร็วๆๆๆนะครับ ผมจะคอย และผมเชื่อว่า
คงมีอีกหลายคนคงตื่นเต้น ถ้าเค้ารู้ว่าอาจารย์กำลังจะออกพ็อคเก็ตบุ๊ค

( ผู้อ่าน....ใครเห็นด้วย ยกมือขึ้น..... หลายคนอยากอ่านจริงม๊ะ)

ดร.กฤษณา.. อย่างน้อย พี่คงจะซื้อหนังสือบางส่วนเองค่ะ ว่าจะเอาไปแจก
เด็กๆๆที่บ้านเกิดสมุย อยากจะไปถ่ายทอดเรื่องราวประทับใจในแอฟริกา
ที่หลายๆๆคนไม่เคยเห็น ได้สัมผัส แววตาของเด็กๆๆในแอฟริกามัน
อยู่ในความทรงจำของพี่ มันมีความสุข มันสวยงามมากค่ะ


Kibangkok.... อาจารย์ครับ สุดท้ายนี้ ผมขอภาพการทำงานของอาจารย์
ที่แอฟริกาหน่อยครับ ผมอยากจะเอาไปเผยแพร่ให้เพื่อนๆๆที่สนใจ
เรื่องราวชีวิตของอาจารย์ ได้เห็นได้ชมกัน เพราะในเวบไซด์
ไม่ค่อยเห็นภาพอาจารย์ขณะทำงานที่โน่นเลยครับ


Kibangkok....อาจารย์ครับ แล้วบั้นปลายชีวิตอาจารย์จะทำอะไรครับ
ดร.กฤษณา.. ก็กำลังอยากจะทำธุรกิจเล็กๆๆค่ะ พี่จะไปเปิดร้าน
กาแฟเล็กๆๆๆ มีที่โชว์ของที่ระลึกจากแอฟริกา กาแฟก็จะเป็น
กาแฟจากแอฟริกา ก็เป็นร้านเล็กๆๆค่ะ ไม่ได้หวังกำไรอะไรมากมาย
อยากทำสถานที่ที่คนจะได้มาพักผ่อนกัน อยากใช้ชีวิตที่บ้านเกิด
และก็อยากจะกลับไปพัฒนาที่บ้านเกิดที่สมุยค่ะ ว่างๆๆพี่ก็
จะได้มีโอกาสไปสอนหนังสือเด็กๆๆในหมู่บ้าน มีความสุขดีนะ


ขอบคุณมากครับอาจารย์สำหรับวันี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับ
ที่อาจารย์สละเวลาให้กับผมในวันนี้ จริงๆๆแล้ววันนี้ผมก็อยาก
จะพบอาจารย์เพื่อมอบภาพสีน้ำของผมให้กับอาจารย์เท่านั้น

ขอบคุณอาจารย์มากครับ ที่อาจารย์ได้แบ่งปันเรื่องราวดีๆๆให้ผมฟัง
ดีใจที่ได้คุย ได้เห็นได้รู้เรื่องราวของคนดีๆๆคนหนึ่งครับ ต้องขอ
ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสคนธรรมดาอย่างผม เข้าพบในวันนี้ครับ

 

ผมมีอีกภาพหนึ่งที่อยากจะมอบให้กับอาจารย์ ครับ

ชื่อภาพ ความรักคือแสงสว่าง





หลังจากที่ผมได้รับโทรศัพท์ ผมดีใจมากครับ อยากจะทำอะไรอีกสักชิ้นให้อาจารย์อีก

ผมก็นึกจินตนาการว่า ถ้าผมเป็นอาจารย์ผมจะมีความสุขเช่นไรถ้าผมมีโอกาสเหมือนอาจารย์

ผมจึงร่างภาพผู้หญิงร่างใหญ่คนหนึ่ง จูงมือเด็กผู้หญิง แล้วเดินไปที่แสงสว่าง
ที่ช่องตึกแคบๆๆ ภาพนี้ผมอยากจะบอกอาจารย์ว่า ชีวิตอาจารย์มันเหมือนกับ
ผู้หญิงในภาพนี้ครับ จูงคนให้มีความหวัง มีชีวิตที่ดีขึ้น เด็กๆๆ หลายคนกำลัง
จะมีชีวิตที่ดีขึ้นครับ

ความรัก ความเมตตา ทำให้โลกนี้สว่างขึ้นครับ



"อาจารย์ครับ หนังสือเสร็จเมื่อไร อาจารย์จะต้องเซ็นชื่อและ
ขายให้ผมเป็นคนแรกนะครับ ตามที่สัญญาเอาไว้ ผมจะเอาสัญญานี้
ไปเขียนในบล็อคของผมนะครับ อย่าลืมนะครับ อิ อิ อิ"



บทความนี้เป็นบทสัมภาษณ์เก่าที่เคยนำไปโพสที่ www.oknation.net เมื่อ สิงหาคม 2007
โดยบล็อคเกอร์กิ๊บางกอก

เกิดมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นจริงๆๆ.. ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top