ฉันเป็นคนดันทุรัง เป็นคนดื้อ

พวก เราถอดเทปการสัมภาษณ์ ดร.กฤษณา คำต่อคำ มีเกร็ดและรายละเอียดหลายอย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่น แฟน ดร.กฤษณาพลาดไม่ได้เลย เพราะสะท้อนให้เห็นความคิดและนิสัยของ ดร.กฤษณา

 

เพื่อน เภสัชร่วมรุ่น มช.คนหนึ่งบอกกับผู้เขียนว่า ที่พวกเพื่อนๆ นับถือ ดร.กฤษณานั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องความสามารถทางด้านวิชาการเป็นหลักหรอก แต่เพราะเรื่องความมานะอดทนที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดร.กฤษณาดื้อและสู้เพื่อความยุติธรรม เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

 

 

            ดร. กฤษณาเล่าว่า “พี่เป็นคนดังทุรัง เป็นคนดื้อ (สมัยอยู่ที่องค์การเภสัชกรรม) เมื่อก่อนจะทำยาสักตัว ฝ่ายตลาดก็จะดูถูกดูหมิ่นสารพัด บอกว่าพี่ไม่รู้หรอกว่ายาเนี่ยอีกไม่กี่ปีเชื้อมันก็ดื้อยาแล้ว คือพูดตามประสาของคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร แล้วไม่ให้เราซื้อวัตถุดิบมาวิจัยยา กีดกันสารพัดไม่ยอมให้เราซื้อยา พี่เองลึกๆ เป็นคนดื้อ ซึ่งตอนนี้ความดื้อและความดันทุรังมากกว่าเดิม (หัวเราะ) (องค์กรฝรั่งบอกว่า ไม่คุ้มที่จะผลิตยาในประเทศนี้ เพราะว่ามีข้อตกลงระหว่างประเทศว่า ประเทศนี้สามารถผลิตยาโดยไม่มีสิทธิบัตรได้อีกเพียง 9 ปีเท่านั้น) พี่โกรธมากเลยนะคะ พี่บอกว่า 9 ปีเนี่ยมันทำอะไรได้ตั้งเยอะ วันเดียวเนี่ยกี่คนล่ะที่ตายไป พี่ก็เลยบอกว่า ถึงจะมีวันเดียวฉันก็จะทำ และพี่ก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมอยู่นะคะ ต้องให้คนพึ่งตนเองได้ ถึงจะไม่ทำดีเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้วเนี่ย จะให้เขายืมจมูกคนอื่นหายใจตลอดเวลาได้ยังไง ไม่ว่าจะไปที่ไหนพี่ก็ local production (ผลิตเองภายในประเทศ) long term solution (แก้ปัญหาระยะยาว) อยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ในขณะที่คนอื่นเขาเปลี่ยน (ความคิด) แล้วนะคะ (เขาบอกว่า การจัดทำ) local production นั้น ถ้าเวลาไม่เพียงพอที่จะทำก็ไม่น่าจะทำ เก้าปีเนี่ยพี่ทำโรงงานได้อีกเป็นสิบๆ แห่งเลยนะคะ”

 

 

            เธอพูดถึงเรื่องการทำยาเอดส์บนทวีปแอฟริกาว่า

            “ไม่ มีใครเคยคิดเลยว่า จะทำยาเอดส์ได้บนทวีปแอฟริกา เขาคิดว่าไม่มีใครทำได้ (ในที่ประชุมนานาชาติครั้งหนึ่ง มีผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่ง) เขาเป็นคนแอฟริกัน เขาบอกว่าเขารู้จัก culture ของคนแอฟริกันดี เขารู้จักคนแอฟริกันดี เขาบอกว่าเธอไม่มีวันทำอะไรได้เลยบนทวีปนั้น เขาพูดต่อหน้าคน 200 คนนะเนี่ย พี่ก็อายเหมือนกันนะคะตอนนั้น เราเลยทำเองเลย เราลงไปในพื้นที่”

 

 

 

 

            เธอเล่าถึงนิสัยไม่แคร์ใครๆ ของเธอว่า

            “พี่ อยู่ที่องค์การ (เภสัชกรรม) ก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชมเท่าไหร่ เพราะว่าพี่ทำยาที่เขาไม่ได้อยากให้ทำตอนแรกนะคะ แล้วเพิ่งมาเห็นผลตอนหลัง ตอนที่ออกไปแล้ว

            หนึ่ง เนี่ย พี่ทำงานพี่จะทำงานแบบฝรั่งไม่ค่อยใช้วัฒนธรรมไทยซักเท่าไหร่ คือพี่ไม่ค่อยเกรงใจใครค่ะ ก็คิดว่าอะไรที่มันไม่ถูกพี่ก็จะพูดไปเลย สอง พี่จะไม่แคร์เงินเดือนพี่จะไม่แคร์ตำแหน่งค่ะ เงินเดือนจะได้ไม่ได้ช่างมัน ไม่สนใจ คือพี่ก็เอาจากที่บ้านใช้อยู่แล้วนะคะ (หัวเราะ) เพราะเราไม่เหมือนใคร

            ครั้ง หนึ่งในที่ประชุมนะคะ จะมีน้องเข้ามาบอกว่า พี่พี่มีศัตรูเยอะมากเลยนะคะในองค์การ (เภสัชกรรม) พี่ก็บอกว่าน้องไม่ต้องห่วงพี่หรอก ห่วงตัวเองเถอะ พี่ก็อยู่ได้เพราะพี่ไม่ใส่ใจ คือพี่เป็นคนไม่แคร์ค่ะ ใครจะคิดอย่างไร เพราะพี่ไม่ได้ทำผิดน่ะ และพี่ก็ไม่ได้ขอเงินเดือนใครใช้

 

 

 

 

            ใครคิดว่าพี่แปลกก็เป็นปัญหาของคนนั้นเองค่ะ

            การ ไม่แคร์ใครเนี่ยพี่ว่าสงสัยมาจากพ่อค่ะ เพราะว่าพ่อเขาก็เป็นตัวของตัวเอง เขาก็ไม่เห็นจะสนใจอะไรเลยอะไรอย่างนี้นะคะ คือใครจะรวยใครจะจน เขาสนใจก็เพราะว่าเขาสงสาร”

            เธอเล่าต่อไปว่า 

            “ฉัน ไม่แคร์หรอกค่ะ คนอื่นจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่เห็นเป็นไรนะคะ ฉันไม่ได้มีชีวิตติดกับเขานะคะ คนเราเกิดมาคนเดียวตายคนเดียวชีวิตไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใครอยู่แล้ว”

 

เรียบเรียงโดย มโมนัย

 คัดลอกจาก

http://www.oknation.net/blog/kraisintu/2008/06/16/entry-1

 

 

 

 

 

 

 

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top