จากจีนสู่แอฟริกา



เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนผมได้เดินไปเที่ยวร้านหนังสือ ผมเห็นเภสัชกรยิปซี ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ นั่งยิ้มอยู่บนชั้นหนังสือ เห็นปั๊บก็รีบเข้าไปทักทายอาจารย์กฤษณาโดยขอเป็นเจ้าของหนังสือพ็อคเก็ตบุคเภสัชกรยิปซีเล่ม 2 เพื่อเป็นกำลังใจให้กับท่าน หลังอ่านจบ ก็ต้องรีบเขียนอีเมลถึงท่าน ซึ่งท่านได้เขียนอีเมลไว้ในหนังสือ ให้ไว้กันอย่างนี้ ผมก็ไม่พลาดอยู่แล้วครับ ผมก็เลยรีบเขียนไปติชมพร้อมๆๆกับขอนัดพบท่าน เพื่อล่าลายเซ็นไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งการเขียนอีเมลเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการติดต่อท่านเภสัชกรเพราะท่านจะใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนไปทั่วทั้งในทวีปแอฟริกาเพื่อสอนการทำยาแก่ชาวแอฟริกัน ใช้ชีวิตแบบนี้ใครละครับจะตามตัวเจอ

และแล้ววันที่รอคอย แฟนคลับเภสัชกรยิปซีอย่างผมก็ได้เจอกับอาจารย์ดั่งตามที่ต้องการ อาจารย์กฤษณานัดเจอผมในที่หรูหราแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เห็นอาจาย์บอกในอีเมลว่า อาจารย์มีข่าวดีมาฝากผมด้วย เมื่อถึงที่นัดหมาย ผมก็ตาค้างเมื่อถึงสถานที่.... นี่หรือสถานที่หรูหราที่อาจารย์นัดไว้ เพราะผมเห็นเภสัชกรยิปซีกำลังหยิบเงินซื้อผลไม้ที่รถเข็นริมถนน ผมนึกในใจคนดังขนาดนี้ทำไมกินของแบบนี้เนอะ ไม่ไฮโซเอาซะเลยครับ


Kibangkok: สวัสดีครับอาจารย์ครับ อาจารย์สบายดีไหมครับ ดีใจจังเลยครับที่ได้เจออาจารย์อีกครั้งครับ
อาจารย์ซื้อผลไม้ไปแจกใครหรือครับ
ดร.กฤษณา : อ๋อ..พี่ซื้อทานเองค่ะ ลุงท่านนี้แกน่ารัก พี่ซื้อทานประจำค่ะ บางทีตอนเย็นๆๆพี่ก็ช่วยลุงแกเหมาหมดตู้ เพราะอยากจะให้แกได้กลับบ้านเร็วๆๆ ไปหาลูกหาเมีย เวลาพี่ซื้อแกไม่ค่อยเอาตังค์พี่ สงสัยแกคงจะสงสารคนแก่ อยากให้ผลไม้กับคนแก่ทานละมั้ง..ช่วยๆๆกันไปค่ะ..(อาจารย์พูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข...ผมจึงเข้าใจทันทีเลยว่า การไม่ถือตัวและชีวิตเดินดินของอาจารย์ มิตรภาพแบบนี่เอง ที่ทำให้คนหลายคนหลงรักเภสัชกรยิปซี)

 


Kibangkok: อาจารย์ครับ ในอีเมลอาจารย์บอกผมว่ามีข่าวดีจะมาฝากผม เป็นเรื่องอะไรครับ อาจารย์ซื้อของมาฝากแฟนคลับของอาจารย์หรือครับ
ดร.กฤษณา: ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ของฝากหรอกค่ะ แต่เป็นข่าวดีของคนแอฟริกาต่างหากค่ะ พี่ดีใจมากจากจะเล่าสุ่แฟนคลับของพี่ได้ฟังน่ะค่ะ


Kibangkok: ข่าวดีของคนแอฟริกา อาจารย์หมายถึงอะไรครับ???
ดร.กฤษณา: ขณะนี้ทางรัฐบาลจีนได้อนุมัติโครงการช่วยเหลือทางด้านเภสัชกรรมแด่ทวีปแอฟริกาแล้วค่ะ ซึ่งได้เริ่มโครงการเรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งจริงๆๆแล้วทางรัฐบาลจีนอยากจะช่วยเหลือแอฟริกาทางด้านนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลจีนได้บริจาคเงิน สร้างโรงพยาบาล สร้างสถานีอนามัยให้ทางแอฟริกาเยอะมาก และยังได้ส่งแพทย์ชาวจีนเข้าไปประจำการในสถานพยาบาลหลายแห่ง ช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่แอฟริกามาหลายปีแล้วค่ะ แต่ในเรื่องทางเภสัชกรรม ตอนนี้กำลังเริ่มให้ความช่วยเหลือค่ะ ซึ่งเรื่องนี้แหละค่ะที่น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับทั้งแอฟริกา และก็จะเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยด้วยค่ะ


Kibangkok: ข่าวดีสำหรับคนไทย มันจะเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยได้อย่างไรครับอาจารย์ จีนกับแอฟริกา ไม่เห็นเกี่ยวกับคนไทยเลยนี่ครับ
ดร.กฤษณา: ก็ทางรัฐบาลจีน เค้าแต่งตั้งเภสัชกรไทยคนหนึ่งให้เป็นตัวแทนรัฐบาลจีน ในการนำความช่วยเหลือทางด้านเภสัชกรรมจากรัฐบาลจีนสู่ทวีปแอฟริกาไงค่ะ ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนผู้อำนวยการโครงการ ประสานงานความช่วยเหลือระหว่างจีนและทุกๆๆประเทศในแอฟริกา คุณกิ๊ไม่ดีใจหรือค่ะ ที่คนไทยได้ทำหน้าที่นี้ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ นำความช่วยเหลือจากประเทศมหาอำนาจจีนสู่ดินแดนยากจนที่สุดของโลก

Kibangkok: โหหหหหหหห แล้วคนไทยที่ว่านั้นเป็นใครครับอาจารย์
ดร.กฤษณา: คนไทยคนนั้นก็คือตัวพี่เองค่ะ เรื่องนี้จริงๆๆแล้วพี่ได้เริ่มทำงานให้รัฐบาลจีนมาตั้งนานแล้วค่ะ แต่ก็ไม่ได้เล่าให้คนทั่วไปฟัง อยากทำเงียบๆมากกว่า เพราะเล่าไป ก็คงอาจจะไม่มีใครสนใจหรอกค่ะ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่โครงการแสวงหากำไรหรือช่วยทำให้คนร่ำรวย โครงการนี้เป็นเรื่องของการช่วยชีวิตคนยากจนและแก้ปัญหาโรคติดต่อต่างๆๆ เรื่องราวแบบนี้ก็อยากจะเล่าให้แฟนคลับของพี่ฟังค่ะ หวังว่าแฟนคลับของพี่คงจะชอบนะค๊ะ


Kibangkok: ผมดีใจจังเลย ที่คนไทยได้สร้างชื่ออีกแล้ว ดีใจจังที่ต่างชาติจะได้รู้จักคนไทย โดยเฉพาะผู้หญิงไทยเก่งไม่แพ้ผู้ชายในเวทีโลกเหมือนกันครับ แล้วโครงการนี้อาจารย์ได้ทำอะไรไปบ้างแล้วครับ
ดร.กฤษณา: พี่ได้เสนอร่างนโยบายเสนอต่อรัฐบาลจีนเรียบร้อยแล้วค่ะ และโครงการก็ได้รับอนุมัติแล้วค่ะ ตอนนี้พี่ได้ขอสร้างโรงงานยาต้นแบบในประเทศจีน เพื่อที่จะนำคนแอฟริกามาอบรมเรื่องการผลิตยาในประเทศจีนค่ะ ซึ่งพี่ก็จะเป็นผู้คัดเลือกบุคคลากรจากแอฟริกามาฝึกที่จีนค่ะ ซึ่งเมื่อเค้าผ่านการอบรม เค้าก็จะสามารถผลิตยาได้ด้วยตนเอง ลดการนำเข้ายาราคาแพจากต่างประเทศ เพราะแอฟริกาตอนนี้นำเข้ายาทั้งหมดจากต่างประเทศ และราคาก็แพงมากๆๆค่ะ คนจนไม่มีสิทธิได้ยาหรอกค่ะ ใครป่วยก็ลุ้นกันเอาเอง ตายหรือรอดค่ะ

Kibangkok: ในเรื่องของบุคคลากร รัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลืออย่างไร ผมไม่ค่อยเข้าใจครับ รบกวนเล่ารายละเอียดให้ผมฟังด้วยครับ
ดร.กฤษณา: อ๋อ.... ทางรัฐบาลจีนให้พี่เป็นคนคัดเลือกบุคลากรแอฟริกา เพื่อจัดหาและมอบทุนการศึกษาให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนทางด้านเภสัชกรรมค่ะ ซึ่งเมื่อต้นปี พี่ก็ได้คัดเลือกเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลทีเคนยา เพื่อไปศึกษาต่อระดับปริญาเอกที่ มหาวิทยาลัยฮาบินเทคโนโลยี ที่ประเทศ่จีนค่ะ พี่ก็หวังว่าหลังจากเค้าจบการศึกษาแล้ว เค้าจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการช่วยเหลือชาวแอฟริกาทางด้านเภสัชกรรมค่ะ


Kibangkok: ขอบพระคุณมากครับอาจารย์ สำหรับข่าวดีของแอฟริกาและของคนไทย อาจารย์ครับ ผมไม่เข้าใจครับ ทำไมจีนมาเกี่ยวข้องกับแอฟริกาได้ครับ ดินแดนยากจนแบบนั้น ประเทศจีนเค้าสนใจด้วยเหรอครับ ผมไม่ค่อยได้ยินเรื่องราวแบบนี้มาก่อนเลย
ดร.กฤษณา: โถ...คุณกิ๊ คุณกิ๊คงไม่รู้หรอกนะค๊ะ ว่าประเทศจีนเป็นประเทศรายใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในทวีปแอฟริกาใน 44 ประเทศ ลงทุนกว่า 700 แห่งในทวีปนั้น นอกจากจะเข้าไปลงทุนแล้ว รัฐบาลจีนยังเป็นผู้บริจาครายใหญ่ในทวีปแอฟริกาด้วยนะค๊ะ

Kibangkok: อาจารย์ครับ ก่อนอื่น ผมขอเรียนตรงๆๆว่า ผมไม่ค่อยรู้จักแอฟริกาเลย โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและแอฟริกันเลย รบกวนอาจารย์เล่าให้ผมฟังด้วยครับ
ดร.กฤษณา: ประเทศจีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของทวีปแอฟริกา ในทุกๆๆประเทศที่ทวีปแอฟริกา รัฐบาลจีนจัดทวิภาคีในทุกๆๆประเทศเพื่อส่งเสริมการลุงทุนและการช่วยเหลือ เช่น จีนส่งสินค้ามาขาย ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการช่วยเหลือแบบให้เปล่าในหลายๆๆเรื่อง จีนเค้าเป็นประเทศที่มีมิตรภาพที่ดีมากกับแอฟริกา


 

Kibangkok: ทำไมอาจารย์คิดว่าประเทศจีนมีมิตรภาพที่ดีกับแอฟริกาครับ
ดร.กฤษณา: ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ จริงๆๆแล้วแอฟริกากับประเทศมหาอำนาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนค่ะ ในแต่ละประเทศเค้าก็จะมีประเทศที่เป็นพันธมิตรที่แตกต่างกัน ซึ่งมันเป็นผลสืบเนื่องมาจากประวัติศาสตร์การเมืองและการปกครองตั้งแต่สมัยล่าอนานิคม ยกตัวอย่างเช่น ประเทศบุรุนดิเค้าจะมีมิตรภาพที่ดีมากกับประเทศจีน ในขณะเดียวกันประเทศระวันดาจะมีมิตรภาพที่ดีมากกับอเมริกา ประเทศมาลีจะสนิทสนมกับจีนมากเป็นพิเศษ อะไรทำนองนี้ค่ะ

Kibangkok: ดีจังเลยนะครับ แต่ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า แอฟริกามีทรัพยากรธรรมชาติเยอะมาก เยอะกว่าเมืองไทยเสียอีกและภูมิศาสตร์ก็ดีเหลือเกิน แต่ทำไมเค้าถึงยากจนติดอันดับโลกแบบน่าอนาถาอย่างนั้นครับ
ดร.กฤษณา: พวกเค้าน่าสงสารค่ะ ประเทศของพวกเค้านั้นร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติมาก แต่ระบบการเมืองที่ล้มเหลว นักการเมืองมีแต่แย่งชิงผลประโยชน์ มีการฉ้อราษฯกันหนักมากค่ะ นักการเมืองไม่สนใจใยดีกับผู้คน เพราะทุกคนมุ่งแต่เรื่องผลประโยชน์กัน คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนจริงๆๆค่ะ บางคนไม่มีแม้อะไรจะกิน แค่เอาชีวิตรอดไปวันๆๆได้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้วค่ะ


Kibangkok: อาจารย์ครับ แอฟริกาเค้าน่าสงสารนะครับ ประเทศร่ำรวยทรัพยากรเสียเปล่า แต่เสียดายที่นักการเมืองมัวแต่แก่งแย่งกัน ประเทศเค้าเลยเป็นแบบนั้น ผมก็หวังว่า ประเทศของเราก็คงไม่เป็นแบบนั้นใช่ไหมครับอาจารย์
ดร.กฤษณา: คงไม่เป็นแบบนั้นหรอกค่ะพี่เชื่อ นักการเมืองไทยเก่งๆๆดีๆๆก็มีเยอะค่ะ คนไทยที่เก่งๆๆมีเยอะมากค่ะ คนไทยไม่แพ้ใครในโลก แม้ประเทศเราจะไม่ใหญ่นักแต่เราก็สามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิใจค่ะ


Kibnagkok: สำหรับแอฟริกา อาจารย์มีความฝันอะไรอีกไหมครับที่อาจารย์คิดอยากจะทำที่นั่น
ดร.กฤษณา: พี่ก็หวังว่า อยากจะนำความช่วยเหลือ โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยนำไปเผยแพร่ที่แอฟริกาด้วยค่ะ เพราะแพทย์แผนไทยนั้นดีมาก ไม่ต้องใช้เงินอะไรมาก รักษาโรคได้ดีด้วยค่ะ โดยเฉพาะตำรับยาแผนโบราณคำภีย์แพทย์ยาในราชสำนัก เรามีตัวยากว่า 200 สูตร ซึ่งสามารถรักษาโรคได้ทุกอย่างเลย พี่อยากจะให้นำความรู้ทางด้านยาและแพทย์แผนไทยไปเผยแพร่ที่นั่นค่ะ

Kibangkok: อาจารย์ครับ วันนี้ผมดีใจมากครับที่เจออาจารย์อีกครั้ง และก็หวังว่าจะได้มีโอกาสเจออาจารย์อีกนะครับ

 

ผมยกมือไหว้เพื่อลาเภสัชกรยิปซี และเดินขึ้นรถเมล์เพื่อกลับบ้านด้วยความดีใจ ที่ได้ทั้งลายเซ็นเภสัชกรยิปซีและแถมได้รู้เรื่องราวดีๆๆของคนไทยคนหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงที่ประเทศจีนและแอฟริกา ผมรู้สึกภูมิใจจังที่ได้พบกับคนไทยคนนี้ครับ เภสัชกรยิปซี นางฟ้านิรนาม




เธอเกิดมาเพื่อประโยชน์ของคนอื่นจริงๆๆ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์


Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top