ภารกิจทางใจ

ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ภารกิจทางใจ ผลิตยาช่วยเพื่อนมนุษย์

 

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ได้สัมภาษณ์ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ในรายการ สุรนันทน์วันนี้ ออกอากาศเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

 

 

 

 

สุ รนันทน์  วันนี้เราจะมาพูดคุยกับเจ้าของฉายา เภสัชกรยิปซี ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ กันนะครับ อาจารย์เป็นเภสัชกรไทย แล้ววันนี้ไปทำงานอยู่แอฟริกา ไปได้อย่างไรครับ

 ดร.กฤษณา  ก็พอทำงานที่ เมืองไทยจบแล้ว เราก็คิดว่าไม่มีอะไรทำแล้วก็น่าจะเอาความรู้ที่เรามีไปถ่ายทอดให้แอฟริกา เราตั้งเป้าเอาไว้ว่าผู้ป่วยเอดส์ทุกคนต้องได้รับยา ก็ได้รับหมดทุกคนแล้วรัฐบาลก็ให้ยาฟรีกับทุกคน

 สุรนันทน์  คนที่ยังป่วยเป็นเอดส์ไม่ใช่เหรอครับ กินยาแล้วก็ต้องรักษาหายสิครับ

 ดร.กฤษณา  ไม่ค่ะ เพราะเชื้อ HIV ก็ยังอยู่ในร่างกายก็อยู่กันตลอดชีวิต พอเชื้อขึ้นมาเยอะๆก็กินยาเพื่อให้เชื้อลดลง

 สุ รนันทน์  เพราะฉะนั้นยาของอาจารย์เป็นตัวฆ่าเชื้อ เพื่อให้ภูมิต้านทานสูงขึ้น แล้วพอเสร็จแล้วอาจารย์รู้ได้อย่างไรว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว

 ดร.กฤษณา  ก็ เป้าหมายเราตั้งเอาไว้ว่า ผู้ป่วยทุกคนต้องได้รับยา พอได้รับทุกคนแล้วก็บรรลุเป้าหมายแล้วค่ะ เป้าหมายของแต่ละคนไม่เท่ากันของเราไม่ค่อยไกลเท่าไหร่ก็บรรลุง่ายหน่อย เราก็คิดว่าเราน่าจะเอาสิ่งที่เราเรียนรู้ไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นบ้าง

สุรนันทน์  แล้วทำไมต้องเป็นแอฟริกา

 ดร.กฤษณา  หนึ่งเป็นทวีปที่จนที่สุดในโลก สองมีผู้ป่วยเอดส์มากที่สุดในโลกเช่นกัน 90% ของผู้ป่วยเอดส์ในโลกมาจากทวีปนี้

สุรนันทน์  คนไทยบางทีพูดถึงแอฟริกา คิดถึงคนดำแล้วกลัว เขาน่ากลัวไหมครับ

 ดร.กฤษณา  ไม่ น่ากลัว เราจะเป็นคนแปลกเมื่ออยู่ที่นั่น เขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งแล้วเขาก็เป็นคนที่มีจิตใจที่ดี แล้วเด็กๆน่ารัก ตาสดใสมาก ขนาดเป็นเด็กกำพร้าตาไม่ขาดแคลนน่ารักมาก

สุรนันทน์  เราเห็นภาพข่าวจากแอฟริกา เป็นภาพที่สะเทือนใจตลอด

 ดร.กฤษณา  บาง ทีเราสะเทือนใจไปเอง จริงๆคนแอฟริกันเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าคนไทยด้วยซ้ำไป เด็กกำพร้าของเขากับเด็กกำพร้าเราความสุขแตกต่างกันเลย

สุรนันทน์  จริงๆแล้วสถานการณ์โรคเอดส์ตรงนั้นเป็นอย่างไร

 ดร.กฤษณา  แย่ มากค่ะ มากขึ้นๆทุกปี เพราะว่าความจนของเขามี และความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าผู้ชายมีเมียหลายคน แล้วผู้หญิงเป็นบุคคลชั้นสอง ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธถ้าปฏิเสธผู้ชายก็ต้องขอหย่า

สุรนันทน์  พออาจารย์ไปถึงแล้วอาจารย์ไปทำอะไรครับ

 ดร.กฤษณา  ครั้งแรก ปี 2002 ที่ออกจากประเทศไทยก็ไปสร้างโรงงานผลิต ตอนแรกจะไปสอนเขาทำยา พอไปถึงไม่มีโรงงานก็ต้องสร้างโรงงานกันก่อน

 สุรนันทน์  อาจารย์ไม่คิดเหรอครับว่า อยู่ดีๆมาบอกให้เราสร้างโรงงาน ฉันกลับบ้านดีกว่า

ดร.กฤษณา  เมื่อเดินแล้วก็ต้องเดินไปข้างหน้าให้จบ

 สุรนันทน์  คนแอฟริกันเขามาปรึกษา เขาห่วงตัวเอง รู้ตัวเองไหมครับว่าเอดส์ร้ายแรง

 ดร.กฤษณา  ไม่รู้ค่ะ คนเขาไม่ค่อยมีการศึกษา บางทีตายไปไม่รู้หรอกว่ามีเชื้อ HIV อยู่

 สุรนันทน์  อาจารย์มองว่าอาจารย์เป็นอะไร เป็นคนเปลี่ยนโลกหรือไปทำให้ชีวิตคนดีขึ้น

 ดร.กฤษณา  ไป สอนเขา เพราะคิดว่าเราน่าจะสอนได้ จริงๆไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นอะไรเลยนะคะ พอไปก็ไปสอน พอทำได้เราก็ภูมิใจ ต่อไปก็ทำยาขึ้นมาใช้เองได้

สุรนันทน์  เมื่ออาจารย์ได้รับรางวัลต่างแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ

 ดร.กฤษณา  ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ เฉย ๆ รางวัลทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไหม ก็ไม่เห็นเปลี่ยนเราก็ยังเดินทางเหมือนเดิมยังอยู่พื้นที่แอฟริกา

สุรนันทน์  อุปสรรคตรงนั้นคืออะไรครับ

 ดร.กฤษณา  อุปสรรคมีขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้เป็นสาระที่จะทำให้เราหยุดที่จะทำงาน เราก็ต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ

สุรนันทน์  คนแอฟริกาเขามาช่วยเราไหมครับ

 ดร.กฤษณา  ช่วยค่ะ เราไปสอนคนของเขา เขาก็ดีใจและซาบซึ้งในสิ่งที่เราทำให้

 สุรนันทน์  ผมได้ดูข่าวสาร มีดาราดังๆระดับฮอลิวู้ดลงไป เอาเงินลงไปบอกว่าไปช่วย มีทีวีตาม เป็นเรียลลิตี้โชว์ก็มี

 ดร.กฤษณา  สร้าง ภาพทั้งนั้นหล่ะค่ะ เอาเด็กไปเลี้ยง ให้มีข่าวขึ้นมา พรากพ่อพรากแม่มาแล้วไม่รู้ว่าจริงๆเป็นอย่างไร บางคนไปคนที่มีความหวังดีจริงๆก็มีนะคะ แต่จะเยอะมาที่ไปเพื่อประชาสัมพันธ์งานของตัวเอง

สุรนันทน์  รัฐบาลแต่ละรัฐบาลทั้งหมด 14 ประเทศเขาเป็นอย่างไรบ้างครับ

 ดร.กฤษณา  รัฐบาล แต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันค่ะ เขาจะมีลักษณะเฉพาะตัวของเขา และเราก็ต้องไปหาผู้นำของทุกประเทศ เพราะถ้าเกิดผู้นำไม่เห็นด้วยอย่าไปทำอะไรนะคะ มีอยู่ประเทศหนึ่งไปทะเลาะกับสาธารณะสุขประเทศเขา เขาบอกเลยว่าถึงเธอจะมาทำถึงเธอจะมาสอนคนของเขา เขาก็ไม่มีวันให้คนของเขามาใช้

 สุรนันทน์  บริษัทยามีปัญหา เยอะก็มีอยู่เหมือนกันแม้ในประเทศไทยตอนนี้ก็มีการต่อสู้ของบริษัทยายักษ์ ใหญ่อยู่เป็นปรากฏการณ์ทั่วโลกหรือครับ

 ดร.กฤษณา  บริษัทยา ก็ทำหน้าที่ของเขานะคะ ทำหน้าที่หากำไรบนชีวิตคน เราก็ทำหน้าที่เหมือนกันแต่ทำหน้าที่ผลิตยาราคาถูกเพื่อคนจะได้ใช้ ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเองไปการต่อสู้ก็ต่อสู้กันไปเรื่อยๆเพราะเป็น เส้นขนาน

สุรนันทน์  ระหว่างที่แอฟริกากับประเทศไทยโลกผิดกันเยอะนะ รู้สึกอะไรไหมครับ

 ดร.กฤษณา  อยู่ ที่โน่นรู้สึกมีความสุขค่ะ อยู่ที่นี่รู้สึกว่ามีอะไรหนักๆ แต่ไม่ได้ถึงขนาดทุกข์แค่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เราไม่สบายใจ อาจจะเป็นเพราะประเทศเราอยู่ที่โน่นสบายๆของเราไปเรื่อยๆ

 สุรนันทน์  แต่บางคนเขาบอกว่า อยู่เมืองนอกไม่ว่าจะอยู่แบบร่ำรวยหรืออยู่อย่างอาจารย์แต่กลับมาอยู่เมืองไทยก็คือบ้านเรา

 ดร.กฤษณา  อยู่ ที่ไหนแล้วมีความสุขที่นั่นคือที่บ้าน เพิ่งกลับมาจากเมืองจีน คนจีนเขาถามว่า คุณอยู่ที่นี่มีความสุขไหม ก็บอกว่ามีความสุขที่สุดเลยเพราะว่า เมืองจีนเป็นบ้านที่สองของเรา เราก็มีความสุขเพราะฉะนั้นที่ไหนที่เรามีความสุขที่นั่นคือที่บ้าน เพราะฉะนั้นแอฟริกาคือบ้านทุกที่เลยนะคะใน 14 ประเทศ ถึงไม่มีน้ำไม่มีไฟก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร ตอนนั้นเราอาจจะมีความทุกข์ชั่วครู่ชั่วยาม แต่พอจบแล้วเรามีความสุข

สุรนันทน์  ถ้ากลับมาเมืองไทยอยากจะเปลี่ยนอะไรไหมครับ

 ดร.กฤษณา  ก็ ไม่กลับอยู่แล้วนี่คะ ไปแล้วก็ไปอยู่ที่โน่นเลยค่ะ ที่ไปนี่เพิ่งไปทำแค่ 14 ประเทศ ยังเหลืออีกหลายประเทศ ไม่ได้ไปทำเฉพาะเรื่องโรคเอดส์ อย่างเดียว ทำเรื่องโรคมาลาเรียด้วย

 สุรนันทน์  โรคหลายๆโรค ที่ปรากฏในแอฟริกา ก็คงมีอยู่มานาน แล้วก็เริ่มกลับมาปรากฏอยู่ในโลกที่พัฒนาหรือแม้กระทั่งประเทศไทยที่กึ่ง พัฒนา ทำไมกลับมาได้

 ดร.กฤษณา  ก็เรามี การเดินทางอยู่ตลอดเวลา และโลกก็อย่างว่าแคบลงเดินทางไปโน่นไปนี่ เพราะฉะนั้น เชื้อต่างๆก็เข้ามาได้ตลอด พัฒนาตัวเองให้ต้านยาได้มากขึ้น

 สุรนันทน์  อาจารย์มองโลกในอนาคตเป็นอย่างไร เราจะต้องต่อสู้กับโรคนี้ไปอีกนานเท่าไหร่

 ดร.กฤษณา  ต่อสู้ กับโรคไม่เท่าต่อสู้กับกิเลส จริงๆมองโลกในอนาคต คนเราจะมีกิเลสขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้เพราะอะไร เพราะวัตถุ วัตถุนิยมมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำไมดัชนีความสุขของคนแอฟริกันถึงสูงที่สุดในโลก คนยิ่งจนยิ่งมีความสุขนะคะ เพราะว่าเขาไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้ เขารู้จักคำว่าพออาจจะไม่รู้จักจริงๆว่าพออย่างไรแต่ว่าเขามีแค่นี้ก็มีความ สุขแล้ว

 สุรนันทน์  เพราะว่าเขาไม่เห็นอย่างอื่นหรือเปล่า เหมือนคนไทยที่อยู่ในชุมชนยากจนแล้วไม่ได้ดูทีวีก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรแต่พอ ดูทีวี พอเห็นโลกแล้วตอนนี้ทั่วโลกก็เห็นทีวี ไม่รู้สึกเหรอครับว่าผิดกัน

 ดร.กฤษณา  คน เขาก็อาจจะรู้สึกอย่างนั้นค่ะ ที่ไปอยู่ที่นั่นเขาไม่มีทีวี ไม่มีวิทยุ ก็ไม่รู้จะดูอะไร ถึงมีหนังสือพิมพ์เขาก็อ่านไม่ออก ก็เหมือนอยู่ในอดีตที่เราเป็นมาเมื่อ 50-100 ปีมาแล้ว ไม่ต้องการอะไรมากมาย เวลาไปตกปลาก็ไม่ต้องเอาอวนไปลากมาทั้งแม่น้ำ

 สุรนันทน์  มีข่าวเรื่องหนึ่งในแอฟริกา จะมีเผ่านั้นเผ่านี้ฆ่ากัน เกิดเพราะอะไรครับ

 ดร.กฤษณา  เป็น เผ่า ก็เหมือนอาณาจักรของเขานะคะ ใครจะมาลบหลู่ จะมาแตะต้องกับอีกอาณาจักรหนึ่งไม่ได้ ก็เป็นธรรมชาติของทวีปนั้น บางทีคนขาวหรือคนทางเหนือไปยุให้เขารบกันเพื่อที่ว่าจะได้เอาทรัพยากรของเขา ที่มี ยิ่งอยู่ที่แอฟริกามากขึ้นๆยิ่งไม่ชอบคนขาวมากขึ้นนะคะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร รู้สึกว่าทำไมเอาเปรียบอะไรได้มากขนาดนี้ ทำไมคนกับคนถึงได้ปฏิบัติกันได้ขนาดนี้

สุรนันทน์  กลับมาเมืองไทยแล้ว คนไทยทะเลาะกันรู้สึกอย่างไรครับ

 ดร.กฤษณา  ก็ น่าเบื่อค่ะ พูดกันไปก็พูดกันมาอยู่นั่น ซ้ำซากๆ บางทีก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นะคะเรื่องการเมืองอยู่ที่กิเลสก็เท่านั้นเอง มีคนไม่กี่กลุ่มก็ทะเลากันไปทะเลาะกันมา ทำไมต้องทำอย่างนั้น ถ้าเราไม่คิดเรื่องที่จะทะเลาะกันเรามีพลังเยอะนะคะ คนมีพลังเยอะแต่เราไปใช้ในทางไม่ถูกต้อง ทำให้พลังเรามีไม่มากเท่าที่ควรที่จะพัฒนาประเทศ

 

 

คัดลอกจาก

http://www.bangkokvoice.com/bkklibrary/001151.php

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top