จากใจผู้กำกับละครนางฟ้านิรนาม

 บทสัมภาษณ์อ.ดังกมล ณ ป้อมเพชร ผู้กำกับละครเวทีเรื่อง"นางฟ้านิรนาม"

1.ทำไมจึงเลือกทำละครเรื่องนี้ ณ เวลานี้

เริ่มจา

กได้อ่านเรื่องราวและดูสัมภาษณ์ของดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ทั้งในทีวี ในนิตยสารและในเวบบอร์ด แล้วประทับใจ สนใจว่าอะไรคือหลักคิดหลักธรรมที่ทำให้“เภสัชกรยิปซี”ท่านนี้เข้มแข็งกล้าหาญ มุ่งมั่นช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกด้วยความเมตตาและเสียสละโดยไม่คิดถึงตัวเองและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคได้อย่างนี้
 จากนั้นไม่นานก็ไปเจอบทละครเรื่อง Cocktail  ของ Vince LiCata และ Ping Chongวางอยู่ บนชั้นหนังสือในร้าน ที่ไปเป็นประจำ ตอนแรกสะดุดชื่อปิงชองก่อน เพราะเป็นผู้กำกับฯและสร้างสรรค์ละครเวทีชาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่งาน เปรี้ยวมาก

แต่พอเห็นคำโปรยใต้ชื่อละครที่ว่า “บทละครเกี่ยวกับชีวิตและงานพัฒนายาต้านเอดส์ของดร.กฤษณา ไกรสินธุ์”แล้วยิ่งตื่นเต้นใหญ่ ซื้อมาอ่านคืนเดียวรวดเดียวจบเลย

{xtypo_quote}ขณะ ที่อ่านก็เกิดความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามาตลอดเวลา ทั้งสนุก ตลก เศร้า ประหลาดใจ กระทบใจ และสะเทือนใจ บางทีก็ทั้งฮึดฮัดอึดอัดและตลกปนขมขื่นไปพร้อมกับที่ตัวละคร”ดร.กฤษณา”รู้สึก เมื่อ ตระหนักได้ว่าสิ่งที่ขัดขวางการผลิตและเผยแพร่ยาต้านเอดส์ของดร.กฤษณา ก็คือความกลัว ความเห็นแก่ตัว ความใจแคบ ความเขลา และความหลงของคนนี่เอง {/xtypo_quote}

เพราะ ดร.กฤษณาควรเอากำลังกายกำลังใจและเวลาไปสู้กับไวรัสเอชไอวีไปช่วยคนที่กำลัง ทุกข์ทรมานหรือกำลังจะตายมากกว่า ไม่ใช่มาสู้กับเรื่องบ้าๆบอๆ ไร้สาระแต่กลับทรงพลังอำนาจแบบนี้!

บางฉากกำลังขำๆเจ็บๆแสบๆอยู่ดีๆก็รู้สึกตกใจเมื่อคิดว่าในชีวิตจริง หลายคนทั้งคนใหญ่ๆ คนธรรมดา
“พวกตัวพ่อ” และลิ่วล้อ ก็คิดอย่างนี้ทำอย่างนี้เหมือนกัน ว่าคนอื่นไม่ใช่“คน”เท่ากับเขา ไม่มีค่าเท่ากับประโยชน์ที่เขาจะได้รับหรือปกป้องรักษาไว้ เหมือนไปขัดขาดร.กฤษณาให้ล้ม แล้วบอกว่า “อย่าทำดีได้มั้ย ชั้นขาดทุน” คิดแล้วน่ากลัวและน่าเศร้าใจมาก

{xtypo_rounded_left3}พออ่านจบ ก็ย้อนกลับมาดูตัวเองแล้วพบว่า ที่บางทีเรา“ขี้เกียจมีคุณธรรม” เป็นเพราะเรามัวแต่คิดว่า“มันเหนื่อยมันลำบาก มันไม่เห็นทำดีได้ดี-ทีพวกหน้าด้านพวกโกงสับปลับเอาเปรียบกลับเสวยสุขกันหน้าตาเฉย” นั่นเอง ซึ่งนั่นก็เพราะเราคิดถึงแต่ตัวเองอยู่ ถึงได้ทำให้ เราอาย เราขี้ขลาด เราขี้เกียจที่จะทำดี เพื่อคนอื่น{/xtypo_rounded_left3}

และ ในขณะเดียวกัน ตอนอ่านจบก็เกิดกำลังใจ ที่จะต่อสู้กับอุปสรรคในการทำงานของตัวเราเองด้วย เพราะเหมือนได้คำตอบว่า การที่เราจะเลือกทำหรือไม่ทำอะไร ถ้าอยากสบายใจและนับถือตัวเองได้ ก็ต้องตอบให้ได้ว่ามันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมหรือแค่เพื่อประโยชน์ ส่วนตัว

อีกอ ย่าง ผมดีใจมากที่ได้นำเสนอเรื่องของคนดีๆ คนไทยที่ทำดี ให้สาธารณชนได้ดูได้รับรู้หรือผ่านตาบ้าง เพราะทุกวันนี้มีแต่ข่าวคนเลว เรื่องแย่ๆ ครองหน้าหนึ่งในนสพ. และพื้นที่ส่วนใหญ่ในรายการโทรทัศน์ ทำให้หลายคนชินชากับความไม่ดี ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา หลายคนเลียนแบบ หลายคนสะใจและกระหายที่ได้เสพเรื่องตกต่ำอับโชคของคนอื่น ซึ่งมีแต่จะทำให้จิตใจของคนๆนั้นเองตกต่ำและปัญญาก็ตื้นเขิน แต่พอเป็นเรื่องดีข่าวดีของคนดี เรามักจะเห่อตื่นเต้นยินดีไปกับเขาเพียงครู่เดียวแล้วก็ลืม ไม่ได้สนใจที่จะเรียนรู้อะไรจากชีวิตหรืองานของเขา แถมบางคนยังใจร้ายสรุปว่าเขา“ทำดีเพราะอยากดัง” “โชคดีแล้วลืมคนอื่น” หรือ“มันบ้า”อีก!

ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจ อยากแชร์ประสบการณ์นี้ที่ได้จากละครกับคนอื่นๆ และกับผู้ชม

2.กรุณาแนะนำละครเรื่องนี้สั้นๆ

เรื่องราวและประเด็น บางคนอาจจะเคยได้อ่านหนังสือบันทึกการทำงานที่แอฟริกาที่อ.กฤษณาเขียน หรือไม่ก็ได้อ่านเรื่องของท่านในwww.krisana.org หรือในเวบบอร์ดอื่นๆ หรือไม่ก็เคยชมสัมภาษณ์อาจารย์ในรายการทีวีหรือได้อ่านบทสัมภาษณ์ในนิตยสารมาแล้ว บทละครเรื่องนี้เล่าเรื่องและเน้นเหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในสื่อเหล่านั้นครับ คือกล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการทำงานและการต่อสู้ของดร.กฤษณาตั้งแต่อยู่ในเมืองไทยนี่แหละ แต่ดูแล้วไม่ต้องไปเดาหรอกว่าตัวละครนี้คือใครหรือในชีวิตจริง เพราะนั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นของเรื่องอยู่ที่ว่า ในโลกนี้ มนุษย์ เราทุกคนและสรรพสิ่งล้วนผูกพันเชื่อมโยงกันด้วยเส้นใยที่มองไม่เห็น ขยับจุดหนึ่งก็จะกระทบไปถึงอีกจุดหนึ่งได้ แม้จะห่างกันคนละทวีป-หรือคนละช่วงเวลา แต่เรามักจะคิดว่า อะไรที่มองไม่เห็น-ก็คือไม่มี และสิ่งที่เห็น-คือสิ่งที่เป็นจริง เท่านั้น ทำให้เรามักไม่ค่อยคิดกว้าง คิดไกล ไม่คิดเผื่อแผ่ไปถึงคนอื่น ถึงส่วนรวม ถึงวันข้างหน้า หาก มัวคิดถึงแต่ตัวเอง และพวกพ้องว่าสำคัญที่สุดมีค่าที่สุด ทั้งๆที่ทุกชีวิตต่างก็เป็นแค่อณูเล็กๆอณูหนึ่งในจักรวาลเหมือนๆ กัน และอย่างเท่าเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้น วันเวลาในชีวิตของเราก็ช่างแสนสั้นหากเทียบกับวันเวลาของโลกและจักรวาล คำถามก็คือ แล้วเราจะอยู่ร่วมกับ “เพื่อนร่วมสายใยชีวิต”ของเราอย่างไร จึงจะสงบ ร่มแย็น เป็นสุข อย่างเสมอกัน และยั่งยืน

ผู้เขียนบทและแนวการนำเสนอ Ping Chong เป็นผู้กำกับฯที่สนใจการสื่อสารด้วยมวล ภาพ และเสียง บนเวที งานของเขามีลักษณะผสมผสาน ไม่ใช่ละครเวทีตามขนบหรือแบบกระแสหลัก ประเด็นที่เขาเสนอในละครมักเกี่ยวข้องกับความเป็นพหุอัตลักษณ์ของโลกโลกาภิวัตน์ มายาคติเรื่องชาติพันธุ์วรรณนา และความ

อยุติธรรม-ไม่เท่าเทียมกันในสังคมโลก ส่วนรองศาสตราจารย์ Vincent Licata เป็นอาจารย์ประจำภาควิชา Biological Sciences & Chemistry ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐ Louisiana ซึ่งแสดงละครและเขียนบทละครเวทีเป็นงานอดิเรก รศ. ลิคาต้าเป็นต้นคิดในการเขียนบทละครเรื่อง Cocktail โดยเริ่มมาจากความคิดตั้งต้นที่อยากสร้างสรรค์ละครที่ผสมผสานทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ และอยากเสนอเรื่องของนักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างคุณูปการต่อโลกแต่กลับถูกละเลย ทั้งคุณชองและอาจารย์ลิคาต้า เมื่อทราบว่าภาควิชาฯ อยากทำละครเรื่อง Cocktail ในฐานะกิจกรรมละครลำดับที่ 2 ของโครงการระดมทุนสมทบมูลนิธิมหาจักรีสิรินธรเพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และเป็นกิจกรรมเสริมการเรียนการสอนของภาควิชาฯ ก็ใจดีขนาดอนุญาตให้ทำได้โดยขอให้นำเงินค่าลิขสิทธิ์สำหรับจัดแสดงไปบริจาคให้กับเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ (ประเทศไทย) แทน ส่วนทั้งสองท่านไม่รับเงินสักเหรียญเดียว

3.ทำตามกระแสที่ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ได้รับรางวัลแมกไซไซประจำปีนี้หรือเปล่า

ตอนที่เสนอภาควิชาฯ ว่าจะทำละครเรื่องนี้และผู้ร่วมงานทุกคนตื่นเต้นมากที่จะได้ทำ เป็นช่วงต้นเดือนเมษาฯ คิดว่า ที่เรื่องดีๆหลายเรื่องซึ่งช่วยเกื้อหนุนละครและเป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน จะมาพ้องกันได้ในช่วงนี้พอดี น่าจะเป็นเพราะเราคิดดี กำลังจะทำเรื่องดีๆ ของคนดีๆ ก็เลยพลอยได้พบกับคนดีๆ เรื่องดีๆไปด้วย อย่างไรก็ตาม ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่มาช่วยกันทำให้ละครเรื่องนี้ได้นำเสนอสู่ผู้ชมในวงกว้างด้วยครับ ทุกท่านทำด้วยจิตสาธารณะและจิตกุศลจริงๆ

4.พอได้เริ่มลงมือทำละครเรื่องนี้แล้วรู้สึกอย่างไร

ความรู้สึกแรงคือเกรงใจอาจารย์กฤษณามาก แล้วก็รวมถึง “ตัวจริง” ท่านอื่นๆที่เป็นตัวละครอยู่ในเรื่องด้วย เพราะส่วนหนึ่งของชีวิตท่านต้องถูกนำมาเสนอในที่สาธารณะ ก็อีเมลไปเรียนขออนุญาตดร.กฤษณาก่อน แป๊บเดียว อาจารย์โทรฯกลับมาจากคูเวต ผมรับโทรศัพท์แล้วกระโดดเลย ตื่นเต้นมาก เหมือนกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นที่ได้เจอไอดอลของตัวเองจังๆโดยไม่ได้ตั้งตัว พูดติดๆขัดๆไปหมด พอได้มาพบอาจารย์พร้อมด้วยพี่อัจฉรา เอกแสงศรี ตัวละครอีกคนในเรื่อง และเพื่อนๆของท่าน ซึ่งอุตส่าห์แวะมาชมละครเรื่อง “ล่ามดี” ที่หอศิลป์ฯกรุงเทพฯ ก็พยายามเก็บข้อมูลจริงหลายๆอย่างจากท่านและเพื่อนๆ รวมถึงประเด็นที่พึงหลีกเลี่ยงในการนำเสนอละครด้วย ทุก ท่านก็เมตตามากครับ ตอนผมทำบทเสร็จก็ส่งให้ดร.กฤษณา พี่อัจฉรา คุณตรัสวินแห่งสนพ.ซิลค์เวิร์มบุ๊คส์ ตรวจสอบความถูกต้อง ทั้งในแง่วิชาการ ข้อเท็จจริง และแง่กฎหมาย ซิลค์เวิร์มบุ๊คส์ถือลิขสิทธิ์จัดพิมพ์ทั้งบทภาษาอังกฤษและบทแปลครับ แต่ก็ใจดีอนุญาตให้ผมนำบทแปลมาปรับสำหรับใช้แสดงได้ แถมยังช่วยติดต่อตัวแทนของผู้เขียนบทเพื่อขอลิขสิทธิ์จัดแสดงให้ภาควิชาฯ ด้วย

แค่ จะลงมือตีความบทละครเรื่องนี้ก่อนที่จะทำบท ผมก็ต้องค้นคว้าเยอะมากครับ เพราะไม่มีความรู้เลยตั้งหลายเรื่อง ทั้งเรื่องโรคเอดส์ เรื่องยาต้านเอดส์ เรื่องกฎหมายสิทธิบัตรยา เรื่องเอ็นจีโอที่รณรงค์เกี่ยวกับสิทธิของผู้ป่วย เรื่องเกาะสมุย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รวมถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในไทยตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมาด้วย แต่เรื่องที่ทำให้เกร็งที่สุดก็คือ นี่เป็นครั้งแรกที่ทำละครจากชีวิตของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็มาตั้งหลักว่า เราทำเรื่องการต่อสู้ของดร.กฤษณา ไม่ได้ทำ“เลียนแบบชีวิต”ของอาจารย์ ก็เลยแนะนำอ.หนิง-พันพัสสา ธูปเทียน ที่แสดงเป็นดร.กฤษณา ว่า ไม่ต้องเล่น “เป็น” อาจารย์ แต่ให้แสดง “การต่อสู้กับความขัดแย้ง” ของอาจารย์ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เพราะนั่นคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนน่าจะเทียบเคียงได้ รู้สึกร่วมได้ ไม่ใช่ถอยห่างออกมาดูตัวละครซูเปอร์วูแมนแก้ปัญหาได้ทีละเปลาะๆ แล้วก็บอกตัวเองว่า “ก็ใช่สิ นั่นดร.กฤษณานี่ ไม่ใช่ฉัน ก็เลยเก่ง”

และเมื่อการซ้อมดำเนินไปเรื่อยๆ ขณะที่ตีความ หาเหตุผล ทำความเข้าใจ และหาแกนของความคิดและการกระทำของตัวละคร”ดร.กฤษณา” ก็ยิ่งทำให้ผมได้กลับมาไตร่ตรองถึงหลักธรรมะอยู่ตลอด กำกับฯไปก็

รู้สึกเมตตาและเคารพคนอื่นมากขึ้น ละอารมณ์และตัวตนทิ้งลงไปและโฟกัสที่เป้าหมายมากขึ้น เหมือนทำละครเรื่องนี้แล้วได้ขัดเกลาตัวเอง ได้ฝึกแยกแยะว่าอะไรจริงอะไรสมมุติ และละครจะเสนออะไรอย่างไร
{xtypo_rounded2}
อ.ดังกมล ณ ป้อมเพชร : ผู้กำกับการแสดงและดัดแปลงบทสำหรับจัดแสดง

ตำแหน่งปัจจุบัน : หัวหน้าภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

วิชาที่สอน : การแสดง การกำกับการแสดง การเขียนบท ประวัติการละครสากล วรรณกรรมการละครสากล

สัมมนาการกำกับการแสดง สัมมนาการละครร่วมสมัย ฯลฯ

งานแสดง : ผีชุดดำ ล่ามดี(ณ ศาลาดุสิดาลัย) ปิ๊ปปิ้น เอ็มบัตเตอร์ฟลาย ฯลฯ

งานกำกับการแสดง : สัต(ว์)บุรุษสุดขอบโลก สยามนิรมิต มหัศจรรย์ผจญภัยเจ้าชายหอย นิทราชาคริต ฯลฯ {/xtypo_rounded2}


คัดลอกจาก http://nangfahnirnam.exteen.com/20090816/entry
 

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top