เภสัชกร...เธอมันก็แค่เรือรับจ้าง

เมื่อลูกศิษย์จบการศึกษา ลูกศิษย์กี่คนนะที่จะรู้สึกและเข้าใจของความสุขของคุณครูพวกเขาที่ได้เห็นนักเรียนประสบความสำเร็จในชีวิต ลูกศิษย์ส่วนใหญ่มักจะมีความสุขกับความสำเร็จและค่อยๆๆลืมเลือนคุณครูไปตามกาลเวลา เหมือนกับผุ้โดยสารที่ขึ้นจากเรือแล้วก็ปล่อยให้เรือล่องน้ำไปรับคนต่อไป


เภสัชกรก็คงจะไม่แตกต่างจากเรือรับจ้างสักเท่าใด ทำยาปรุงยาให้หมอเพื่อไปรักษาคนไข้ คนแล้วคนเล่า ผ่านแล้วก็ผ่านไป เป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยไป แล้วคนไข้ก็ไม่นึกึงคุณความดีของพวกเธอสักเท่าใด เมื่อคนไข้หายป่วย คนไข้ก็ลาจากไปไปดุจเรือรับจ้าง เป็นเพียงแค่เรือรับจ้างส่งคนไข้ให้หายป่วยเท่านั้นเอง หากคนไข้จะนึกถึง ก็มักจะนึกถึงเพียงแค่หมอที่รักษามากกว่า นึกถึงบุญคุณของแพทย์โดยที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึงหมอยาสักเท่าใดนัก

แต่ไม่น่าเชื่อว่า ผมต้องเปลี่ยนความคิดนี้ไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อผมได้เห็นเรื่องราวเรื่องหนึ่ง ด้วยตนเองระหว่างความรักของคนไข้ที่มีแด่เภสัชกร

ปีใหม่ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ส่ง ส.ค.ส.ไปให้เพื่อนๆๆหลายคนและข้าพเจ้าก็ได้ทำการ์ดวาดด้วยสีน้ำด้วยตนเองส่ง ให้ญาติผู้ใหญ่หลายคน รวมทั้ง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์นางฟ้าเดินดินขวัญใจคนไทย แฟนบล็อคของข้าพเจ้าที่ท่านแวะเวียนเข้ามาชมภาพสีน้ำของข้าพเจ้าอยู่เป็น ประจำที่ www.oknation.net/blog/thaithai

ทันที่ที่ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ได้รับการ์ดของผม ท่านได้เขียนอีเมลมาขอบใจผม และบอกผมว่า

"ขอบพระคุณมากนะค๊ะ พี่ขออนุญาติเอาการ์ดนี้ไปเขียนคำหนุนใจและพี่จะเอาไปมอบให้กับผู้ป่วยที่ ติดเขื้อฯ ในงานฉลองปีใหม่ 6 ก.พ.2010 ที่พัทยานะค๊ะ คุณกิ๊ว่างก็ไปด้วยกันดีไหมค๊ะ ไม่ต้องกลัวอะไรนะค๊ะ ไปร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยกันค่ะ...."

"ครับ.....ผมไปด้วยครับอาจารย์...งั้นผมจะวาดอีก 4-5 ภาพ แล้วจะเอาไปมอบให้ที่งานนะครับ"

เมื่อถึงงานปีใหม่ที่ได้นัดหมายที่พัทยาในเวลาเกือบสามทุ่ม ผมตกใจกับการต้อนรับของผู้จัดงาน คณะผู้จัดงานกันผมและดร.กฤษณาไม่ให้เข้าไปงาน พวกเราถูกจัดให้ไปยืนอยู่ในที่มืดๆๆมุมหนึ่งบริเวณข้างห้องที่จัดงาน ระหว่างที่ผมยืน ผมได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดหวีดหวิวของสาวประเทสอง หวีดร้องกันโหยหวลอย่างสนุกสนาน หลายคนเดินไปมา แต่งตัวเจิดจรัสสวยเซ็กซี่จนน่ากลัว พวกผมถูกกำชับอย่างเข้มงวด ไม่ให้พวกเรามองหน้าใครขณะที่ผมยืนรอ ผมสงสัยเหลือเกิน ดร.กฤษณา พาผมมางานอะไรกันแน่ ในขณะนั้นผมอยู่ในภพภูมิไหนของโลกนะ

เรายืนอยู่ที่มุมห้องได้ไม่นาน ก็มีสาวสวยแต่มีเสียงเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เดินเข้ามายกมือไหว้ แล้วเขิญพวกเราให้เดินตามเธอเข้าไปในห้องที่จัดงานฉลองปีใหม่

ทันทีที่ประตูห้องเปิด เสียงเพลงโหมโรงดังสนั่นหวั่นไหวเหมือนต้อนรับใครบางคนเสียงปรบมือ เสียงกรี๊ดร้องดังกึกก้อง ทุกคนในงานลุกยืนปรบมือต้อนรับ ดร.กฤษณาแขกในงานมากกว่า 200 คน ตกใจและดีใจที่ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์เดินทางมาเซอร์ไพส์และร่วมฉลองปีใหม่กับผู้ป่วยฯในค่ำคืนที่ 6 กุมภาพันธุ์ 2010.

งานปีใหม่งานนี้ เป็นงานสังสรรค์ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ที่ได้นัดหมายกันในเว็บไซด์ http://pha.narak.com/ หลายคนไม่รู้จักกันแต่เคยได้พูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ด แลกเปลี่ยนข่าวสารและวิธีการดูแลตัวเองของผู้ติดเชื้อ หลายคนมาร่วมงานนี้ด้วยมิตรภาพและความเอื้อทรแก่กันและกัน หลายคนมีกำลังใจดีขึ้นเพราะเพื่อนๆๆในเว็บไซด์ที่ช่วยแนะนำและหนุนใจกันและกัน มีคนไข้คนหนึ่งเขียนอีเมลมาขอกำลังใจจากอาจารย์และเรียนเชิญมาเกียติในงานเพื่อให้กำลังใจกับเพื่อนๆๆที่ติดเชื้อฯ

งานปีใหม่ที่นี่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราที่สนุกสนาน ทุกคนยิ้มแย้มกันทุกคน บนเวทีเต็มไปด้วยการแสดงสุดอลังการของหนุ่มสาวกลุ่มที่มีความลื่นไหลทางเพศ(ชายได้หญิงได้) หากใครมาเห็นงานนี้ คงเข้าใจเหมือนกันหมดว่า มันก็เหมือนกับการฉลองทั่วไปเท่านั้นเอง

แต่สำหรับผม งานฉลองปีใหม่ที่นี่ทำไมมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาของผู้คน

หลังจากที่ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ นั่งลงที่เก้าอี้รับแขกในงาน หนุ่มสาวคนแล้วคนเล่า คุกเข่าและเดินเข่าเข้ามาไหว้ทักทายอาจารย์ หลายคนกราบขอบพระคุณอาจารย์ต่อสู้ผลิตยาต้านเอดส์ราคาถูกให้คนไทย ท่านเหมือนได้จุดไฟจุดจุดความหวังให้กับขีวิต ต่อชีวิตให้กับหลากหลายชีวิตในเมืองไทย

คนนับร้อยที่เดินเข่าเข้ามาทักทายอาจารย์ มือนับร้อยที่ ดร.กฤษณาได้สัมผัสและให้กำลังใจ ทำให้ค่ำคืนนั้นเป็นคำคืนที่อบอุ่นที่สุดคืนหนึ่งผู้ป่วยทั้งหมดที่มาร่วมงาน

ประโยคนับร้อยประโยคที่ข้าพเจ้าได้ยินนั้นเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่ปิติ แต่บางประโยคที่ข้าพเจ้าได้ยิน ข้าพเจ้าถึงกับอึ้งเมื่อเห็นเมื่อได้ยิน

"อาจารย์ค๊ะ ตอนนั้นหนูป่วยหนักเกือบเสียชีวิต ไม่รู้ว่เป็นโรคอะไร พอตรวจเลือด หนูก็ได้รับยาสูตรของอาจารย์ อาจารย์มีพระคุณกับชีวิตหนูเหลือเกิน"

"อาจารย์ครับ ถ้าไม่มีอาจารย์ ผมและครอบครัวไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร"

"อาจารย์ค๊ะ หนูพูดอะไรไม่ออกค่ะ หนูไม่คิดว่า อาจารย์จะมางานของพวกหนูในคืนนี้"

ผู้คนเดินเข้ามาหาอาจารย์มากมายเหลือเกิน เก้าอี้ของข้าพเจ้าที่นั่งข้างๆๆอาจาย์นั้นดูเป็นสิ่งกีดขวางของผู้คน ข้าพเจ้าต้องลุกไปนั่งที่อื่นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อื่น

ระหว่างที่ข้าพเจ้านั่งและชมการแสดงบนเวทีอยู่นั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาโอบไหล่ข้าพเจ้า และพนมมือไหว้ที่บ่าของข้าพเจ้าอย่างเบาๆๆ และก็ได้มองหน้าข้าพเจ้าพร้อมกับกำมือของข้าพเจ้าอย่างหนักแน่น แล้วเขาพูดกับผมด้วยเสียงสั่นเครือว่า

"หมออย่าทิ้งผมนะครับ ผมฝากชีวิตผมด้วยคนนะครับ อย่าทิ้งผมนะ"

แม้ผู้ขายคนนั้นจะพูดกับข้าพเจ้า ในขณะที่ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นหมอและไม่ได้เป็นเภสัชกรอย่างที่เขาเข้าใจ แต่น้ำเสียงและคำพูดของชายคนนั้นทำให้ผมน้ำตาซึมๆๆ หากผมเป็นเภสัชกรจริง ผมคงจะร้องไห้กับชายคนนี้แน่ๆๆ งานค่ำคืนนี้ทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน ทำให้ผมเห็นถึงคุณค่าของกำลังใจ มันยิ่งใหญ่เหลือเกิน

ผมประทับใจกับเภสัชกรและผู้ป่วยที่ได้ให้กำลังใจกันและกัน ทำให้ผมเข้าใจของประโยคที่ว่า "ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างเท่าเทียมกัน...ที่กล่าวโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์" ที่เธอฝันและเธอพยามที่จะตามฝันของเธอให้เป็นจริง

ในค่ำคืนนั้น ผมต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เภสัชกรไม่ได้เป็นเรือรับจ้างอย่างที่ผมเข้าใจ ความรัก ความปรารถณาดีของคนไข้ที่มีต่อเภสัชกรนั้นก็มีในโลกนี้

เภสัชกรไม่ใช่แค่เรือรับจ้างเหมือนเรือจ้างทั่วไป โดยเฉพาะเภสัชกรยาต้านเอดส์ เธอเป็นเหมือนเรือชีวิตที่ต้องอยู่กับผู้โดยสารตลอดไป ความรัก ความผูกพัน และกำลังใจจะมีอยู่ในเรือตราบนานเท่านาน

กำลังใจเป้นยาที่สำคัญที่สุดที่ช่วยการรักษาและยังช่วยให้สุขภาพของผู้ป่วยมีความสุขดีขึ้นเร็วกว่าปกติ

วันนี้อย่าลืมมองคนข้างๆๆของคุณ และอย่าลืมให้กำลังใจกันนะ


Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top