เมื่อผมได้สัมผัสเหรียญรางวัลแมกไซไซครั้งแรกในชีวิต

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ผมต้องเตรียมอุปกรณ์และภาพตัวอย่างสำหรับไปสอนเด็กๆๆที่ชุมชนแห่งหนึ่งถึง วิธีการเพ้นท์ผ้าเช็ดหน้าด้วยสีพาสเทล ในการเตรียมอุปกรณ์นั้น ผมก็เลยต้องเตรียมทำผ้าเช็ดหน้าและภาพเพื่อที่จะได้นำไปอธิบายเด็กๆๆว่า เมื่อทำเสร็จแล้วเราจะได้ผ้าเช็ดหน้าแบบนี้นะ ผมจึงวาดภาพหนึ่ง เผื่อว่าจะได้บอกเรื่องราวเรื่องหนึ่งให้เด็กๆๆๆฟัง เผื่อว่า จะได้เป็นแรงบันดาลใจบางอย่างให้เด็กๆๆได้คิดได้เรียนรู้กัน

..............

 

เมื่อปีที่แล้ว หลายคนคงจะจำกันได้ว่ามีผู้หญิงไทยคนหนึ่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติของชาวเอเซีย รางวัลแมกไซไซ ชีวิตของเธอคนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและการต่อสู้เพื่อการผลิตยาราคาถูกให้คนยากจนได้เข้าถึงยา ความสำเร็จของเธอนั้น ได้สร้างความสุขให้กับคนหลายคนสร้างความหวังให้กับหลายๆๆชีวิต ในขณะเดียวกันงานของเธอก็สร้างศัตรูไว้มากมาย และยังเพิ่มความเกลียดชังให้กับผู้ค้ายาผู้ผลิตยาทั่วโลกอย่างไม่เผาผีกันเลย การทำงานของเธอจึงเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่เธอก็มีความสุขกับการดันทุรังในงานของเธอ เธอยังรักที่สอนคนยากจนทำยาเอง และมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่เร่ร่อนเดินทางไปในถิ่นธุรกันดารในแอฟริกาเพื่อตามฝันของเธอจนถึงวันสุดท้ายของเธอ

ชีวิตแปลกๆๆและน่าชื่นชมของเธอ ผมจึงอยากจะเล่าเรื่องราวของเธอให้กับกับเด็กๆๆได้ฟัง ได้เรียนรู้ผ่านการสอนศิลปะของผม ลองมาชมกันนะครับ ว่าผมวาดภาพใคร ผมเชื่อว่าหลายคนยังคงจำเธอได้นะครับ ผมฝันอยากจะวาดภาพเหมือน แต่วาดทีไร หลังวาดเสร็จ ภาพของผมเหมือนใครก็ไม่รู้ วาดไม่เหมือนน่าจะเป็นอะไรที่ผมถนัดมากๆๆนะครับ จริงมะ

หลังจากผมได้นำผ้าเช็ดหน้านั้นไปสอนเด็กๆๆ จึงทำให้ผมได้นึกถึงผู้หญิงในภาพผ้าเช็ดหน้าของผม ผมจึงได้เขียนอีเมลไปถึง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เพื่อขอมอบผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ให้กับท่าน ผมเขียนอีเมลไปนานเหลือเกิน เวลาตอบอีเมลกลับมาทีไร ก็มักจะบอกว่า "ตอนนี้พี่อยู่ที่แอฟริกาอยู่เลย พี่จะกลับเร็วๆๆนี้ค่ะ" ผมคอยแล้วคอยเล่า จนกระทั่งผมวันหนึ่งผมได้รับการตอบกลับจากท่าน "พี่จะกลับเมืองไทยอาทิตย์หน้า เดี่ยวนัดเจอกันที่ร้านกาแฟนะค๊ะ" ผมดีใจมากครับที่จะได้เจอท่าน และผมก็รีบเตรียมผ้าเช็ดหน้า ห่อใส่ถุงอย่างสวยงามเพื่อเป็นของขวัญให้กับท่าน ในโอกาสที่ท่านได้รับรางวัลแมกไซไซเมื่อปีที่แล้ว

เมื่อถึงวันที่นัดหมาย ผมก็ก็ไม่รู้จะบอกท่านว่าอย่างไรดี ทำไมผมถึงอยากเจอ อย่างหนึ่งก็กลัวว่า ท่านจะรังเกียจกับของขวัญของผมหรือเปล่านะ เพราะมันดูไม่มีค่าอะไรเลย วาดก็ไม่สวย วาดก็ไม่เหมือน ผ้าก็เป็นผ้าฝ้ายราคาถูกๆๆเท่านั้น แต่ก็ชั่งเถอะ ไม่เป็นไร เมื่อเจอท่านแล้ว ก็ต้องกล้านะนะนะ ถ้าบอกว่า นี่คือผ้าเช็ดหน้า ท่านจะกล้าใช้หรือรังเกียจไหมเนี่ย ฮือ ฮือ

เมื่อพบอาจารย์ ผมก็รีบบอกท่านว่า "อาจารย์ครับ วันนี้ผมทำของขวัญมาฝากครับ ผมทำผ้าเช็ดคอมพิวเตอร์มาฝากครับ" เป็นผ้าฝ้าย นุ่มดีนะครับ ผมวาดและก็ซักรีดให้เรียบร้อยแล้วครับ " ...."อุ๊ยสวยจังค่ะ พี่ชอบจัง หน้าตาน่ารักเชียว แต่พี่คงไม่เอาไปเช็ดคอมพิวเตอร์หรอก เก็บไว้ดีกว่า เสียดายค่ะ" การส่งมอบของขวัญของผมจึงเต็มไปด้วยความโล่งอก อาจารย์ไม่รังเกียจผ้านั้นเลยครับ ดีใจจัง(ลุงกิ๊แหลเก่งจัง เอาตัวรอดเป็นยอดี คริ คริ)

"อาจารย์ครับ ผมดีใจมากครับ ที่ได้เห็นข่าวเกี่ยวกับอาจารย์ฯได้รับรางวัลแมกไซไซ ผมและครอบครัวขอแสดงความยินดีย้อนหลังนะครับ และตอนนี้อาจารย์เป็นอย่างไรบ้างครับ สบายดีหรือเปล่าครับ"

"อ๋อ....ชีวิตก็ยังเดินทางเหมือนเดิมค่ะ ยังเดิน ยังต้องขับรถ และสู้กับปัญหาเหมือนเดิมค่ะ มันก็ต้องทำต่อไปค่ะ "

"ผมขอเป็นกำลังใจอีกคนนะครับ ผมดีใจมากเลยครับที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับกับรางวัลแมกไซไซ ผมเคยได้ยินครั้งแรกเมื่อตอนเป็นเด็ก 30 กว่าปีที่แล้ว ได้อ่านในหนังสือเรียนด้วยว่า มีผู้หญิงไทยไทยคนหนึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซ ในหนังสือมีแต่ข้อความ แต่ไม่เคยได้เห็นภาพรางวัลเลยครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมก็ยังไม่เคยเห็นหน้าตารางวัลแมกไซไซนั้นเป็นอย่างไร อาจารย์ครับ ผมจะว่าอะไรหรือเปล่า ผมขออนุญาติชมได้ไหมครับ"

"อ๋อ...ได้ซิค๊ะ พี่พึ่งเอาไปให้คุณแม่ของพี่ที่สมุยได้ชมเหมือนกันค่ะ พึ่งกลับมาจากสมุยเมื่อวานนี้เองค่ะ ยังอยู่ในรถอยู่เลย เดี่ยวพี่ไปเอามาให้ชมนะค๊ะ"

"โอวววววววววววววววววววววววว ทำไมเหรียญถึงใหญ่ขนาดนี้ครับ " อาจารย์ครับ ผมขออนุญาตถ่ายภาพนะครับ จะเอาไปอวดเด็กๆๆแถวๆๆบ้านครับ

ครั้งแรกในชีวิตของผม ที่ได้มีโอกาสชมและสัมผัสเหรียญระดับโลกเช่นนี้ ลองมาชมกันนะครับ ผมจะพาเพื่อนๆๆมาสัมผัสกัน

 

เหรียญมีขนาดใหญ่มากครับ เป็นเหรียญทองคำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม น้ำหนักก็หนักเอาพอสมควร พอๆๆกับยกใข่ไก่ประมาณ 2 ฟองกว่าๆๆเชียวครับ



ชื่อของผู้ก่อตั้งมูลนิธิ

รางวัลนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่นายรามอน แมกไซไซ อดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ และเพื่อเป็นแบบอย่างอันดีงามของการอุทิศตนทำงานบริการประชาชนในสังคม ประชาธิปไตย โดยมีมูลนิธิรางวัลรามอน แมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award Foundation) เป็นผู้มอบรางวัลแก่บุคคลและนิติบุคคลในเอเชีย ที่ประสบความสำเร็จอันดียิ่งในแต่ละสาขา โดยแบ่งเป็น 6 สาขาด้วยกัน

หากต้องการทราบรายชื่อคนไทยผู้ได้รับรางวัล อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://th.wikipedia.org/wiki



มุมมองด้านข้างของเหรียญ




ด้านหลังของเหรียญ



คำสรรญเสริญที่สลักไว้ด้านหลังของเหรียญ

 

ปกใบประกาศกิตติคุณ

 

ด้านใน ด้านซ้ายมือเป็นภาพประธานมูลนิธิแมกไซไซ

 

ด้านขวาเป็นใบประกาศ

 

 

กล่องไม้ของเหรียญ




ผมรู้สึกดีใจจัีงเลยที่ได้เห็นได้สัมผัสเหรียญแมกไซไซ เหรียญรางวัลระดับโลก ไม่คิดฝันมาก่อนว่า จะได้เห็นและได้สัมผัสของจริง




แม้เหรียญรางวัลนี้จะสวยและหรูหราเพียงใด มีค่าเท่าใด
แต่ความสวยของเหรียญรางวัล ก็สวยไม่เท่ากับหัวใจของท่าน
ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรแมกไซไซ หมอยาของคนยากจน

คนไทยหลายคนยังคงเป็นกำลังใจให้ท่านทุกๆๆวันนะครับ
ขอให้ท่านได้มีความสุขในการวิ่งตามฝันของท่าน
ฝันที่อยากจะให้คนจนทั่วโลกได้เข้าถึงยาให้ได้มากที่สุด
ฝันที่อยากจะให้ผู้ป่วยคนจนได้มีสิทธิ์

....มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างเท่าเทียมกัน


free counters

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top