สัมภาษณ์พิเศษ ได้เวลาใช้หนี้ ม.อุบลOtd>

ช่วงเดือนกันยายน ผมในฐานะแฟนคลับของเภสัชกรยิปซี ได้เขียนอีเมลฉบับหนึ่งไปถึงเภสัชกรยิปซี ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เพื่อสอบถามทุกข์สุขของท่านเป็นอย่างไรในแอฟริกา ผมได้ข่าวว่าท่านไม่ค่อยสบายค่อนข้างบ่อย หลังจากท่านได้รับอีเมลของผมแล้ว ผมได้อ่านข้อความแล้วกลับไม่ได้รับคำตอบเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ของท่าน

 

 

ท่านเพียงแค่เขียนบอกว่า ท่านอยากกลับเมืองไทยเพื่อไปมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีให้เร็วที่สุด เมื่อได้อ่านก็ยิ่งชวนให้ผมสงสัย และแล้วผมก็ขออนุญาตนัดหมายกับท่านเพื่อสัมภาษณ์พิเศษ เกิดอะไรขึ้นระหว่างเภสัชกรยิปซีและ ม.อุบลฯ

และแล้ววันนัดหมายของผมก็มาถึง วันที่ 8 พฤศิกายน 2008 ดร.กฤษณาอนุญาตให้ผมเข้าพบเพื่อทำการสัมภาษณ์พิเศษที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ผมขอนำบทสนทนาของผมบางช่วงมาเล่าสู่กันฟังดังนี้นะครับ
 



Kibangkok: อาจารย์เป็นอย่างไรบ้างครับ อาการป่วยเป็นอย่างไรบ้างครับ
เภสัชกรยิปซี: ตอนนี้สบายดีแล้วค่ะ มีไข้นิดหน่อย เป็นๆๆ หาย ตามอายุขัยค่ะ


Kibangkok: อาจารย์ครับ ผมได้รับอีเมลของอาจารย์เขียนสั้นๆๆว่าอยากจะไป ม.อุบลฯเพื่อทำอะไรบางอย่าง เขียนก็ไม่ละเอียด ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ครับว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่า อาจารย์มีคดีความอะไรหรือเปล่าครับ

เภสัชกรยิปซี : อ๋อ....... นึกว่าจะถามเรื่องอะไรกัน ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่กำลังจะทำโครงการพิเศษ เพื่อตอบแทนบุญคุณ คณะเภสัชศาสตร์ ม.อุบลราชธานี เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ ที่ทางมหาลัยช่วยเหลือพี่ในช่วงที่พี่เจอปัญหาใหญ่ที่ประเทศบุรุนดิค่ะ


Kibangkok: ปัญหาอะไรหรือครับที่ทาง ม.อุบลฯช่วยเหลือ ถึงต้องถึงขั้นเรียกว่า “บุญคุณ” (ผมถามพร้อมกับยักคิ้วแบบสงสัย เพราะเภสัชกรยิปซี พูดไปยิ้มไป เหมือนมีเลศนัยบางอย่างแอบแฝง)

เภสัชกรยิปซี : ในช่วงที่พี่ช่วยเหลือชาวพื้นเมืองบุรุนดิในเรื่องการผลิตยามาเลเรีย เราเจอปัญหาใหญ่คือเราไม่มีเครื่องมือสำหรับการอัดยาค่ะ ทีแรกก็มีโรงงานในบุรุนดิ รับปากว่าจะช่วย แต่คุยไปคุยมากลับไม่ช่วยเรา ปัดความช่วยเหลือเราค่ะ ในตอนนั้นพี่ได้สอนคนและเตรียมวัสดุไว้พร้อมแล้ว แต่พอจะอัดยากลับไม่มีเครื่องมืออัดยา พี่ติดต่อขอยืมเครื่องอัดยาเก่าๆๆของหน่วยงานราชการไทยหลายแห่ง แต่ก็ดูเหมือนว่าเค้าต้องใช้เวลาในการอนุมัติหลายอาทิตย์ และก็ไม่รู้ด้วยว่าจะอมัติช่วยพี่หรือเปล่า ติดต่อไปที่บริษัทผลิตเครื่องมือในประเทศไทย เค้าก็บอกว่า ต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์กว่าจะผลิตเครื่องใหม่ให้ได้ ตอนนั้นพี่กลุ้มมากค่ะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี


Kibangkok : อ๊าว... ถ้าไม่มีเครื่องอัดยา โครงการก็ล้มพับไม่เป็นท่าเลยซิครับอาจารย์
เภสัชกรยิปซี: โครงการนี้สำคัญมากค่ะ เพราะเป็นโครงการที่รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าในการผลิตยามาเลเรียแก่ประเทศบุรุนดิค่ะ ถ้าโครงการนี้สำเร็จ เราจะสามารถช่วยเหลือชีวิตของเด็กและประชาชนได้ที่นี่ได้มากทีเดียวค่ะ

คุณกิ๊รู้ไหมว่า เด็กเกิดใหม่ในประเทศนี้มีอัตราการป่วยด้วยมาเลเรียและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากทีเดียว แต่ละปีเด็กเสียชีวิตเพราะมาเลเรียเป็นจำนวนมหาศาล มิหนำซ้ำเด็กจำนวนมากก็มีเชื้อ HIV ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด มันเป็นเรื่องน่าเศร้าค่ะ สำหรับความโหดร้ายที่มีอยู่ในโลกใบนี้ เท่านั้นยังไม่พอ ประชาชนที่นี่ยากจนมากค่ะ ติดอันดับโลกทีเดียวนะคะ ถ้าพวกเค้าไม่มีเงิน เค้าก็ไม่มีสิทธิมีชีวิตอยุ่ในโลกนี้ได้ค่ะ คนมีเงินเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่ได้ค่ะ พี่จึงมีความฝันและตั้งใจอยากจะช่วยเหลือประชาชนที่นี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ


Kibangkok: โห..........ถ้าไม่มีเครื่องอัดยา การอบรมที่ผ่านมารวมทั้งวัสดุที่เตรียมไว้ก็สูญเปล่า ดับฝันอาจารย์ไปเลยละซิครับ
เภสัชกรยิปซี : ไม่ถึงกับดับฝันของพี่หรอกค่ะ ในช่วงที่พี่กลุ้มใจหาทางแก้ไขปัญหาอยู่นั้น พี่ได้นึกถึงผู้ใหญ่ท่านหนึ่งค่ะ รศ.ดร.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข ท่านเป็นคณบดีคณะเภสัช ม.อุบลราชธานีค่ะ ทันทีที่นึกถึงท่าน พี่ก็รีบโทรศัพท์เพื่อไปขอยืมเครื่องมืออัดยาจากท่านทันทีค่ะ เครื่องอัดยาชนิดที่พี่ต้องการ มันเป็นเครื่องมือที่ต้องใช้แรงคนอัด ทันทีที่พี่ร้องขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านก็รับปากจะจัดส่งเครื่องมือให้ทันทีเลยค่ะ พี่ก็รีบประสานงานให้เจ้าหน้าที่สถานฑูตไทยให้ช่วยหิ้วเครื่องมือนี้จากประเทศไทยไปให้พี่ค่ะ

Kibangkok: ม.อุบลใจดีจังเลยนะครับ สงสัย คณะเภสัช ม.อุบล คงมีนางฟ้าเยอะนะครับ
เภสัชกรยิปซี : เค้าเป็นนางฟ้าจริงๆๆค่ะ หลังจากที่พี่ได้รับเครื่องมือ และนำไปใช้งานแล้ว คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ รศ.ดร.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข ม.อุบล ก็แจ้งให้พี่ทราบว่า เครื่องอัดยาที่ยืมไป ไม่ต้องเอามาคืน เพราะ ทาง ม.อุบลฯยินดีขอบริจาคเครื่องมืออัดยานี้ให้กับประเทศบุรุนดิ เพื่อมนุษยธรรม ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้รอดพ้นจากความโหดร้ายของมาเลเรีย

Kibangkok: ผมดีใจแทนคนบุรุนดิครับอาจารย์ น่าปลื้มใจกับความช่วยเหลือของ ม.อุบลฯนะครับ เภสัชกรยิปซี : การบริจาคเครื่องอัดยาอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆๆของ ม.อุบล แต่สำหรับพี่แล้ว พี่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของพี่ค่ะ เครื่องอัดยานี้มีความสำคัญในการช่วยชีวิตของเด็กให้รอดพ้นจากความตายค่ะ เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ป่วยชาวบุรุนดิและตัวพี่เองค่ะ พี่รุ้สึกว่า พี่ติดหนี้บุญคุณ ม.อุบล อย่างใหญ่หลวงค่ะ พี่จึงอยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณ คณะเภสัช ม.อุบลค่ะ

Kibangkok: ผมเข้าใจแล้วครับ !!!!!! ที่อาจารย์บอกผมว่า ทำไมอาจารย์ถึงอยากจะไป ม.อุบลฯทันทีที่กลับถึงเมืองไทย อาจารย์กำลังจะทำอะไรเพื่อ ม.อุบลหรือครับ
เภสัชกรยิปซี : พี่จะเสนอตัวเข้าไปอาสาช่วยงานที่ ม.อุบล ค่ะ พี่วางแผนไว้ว่า จะทำ 2 โครงการค่ะ โครงการที่ 1 คือหน่วยงานวิเคราะห์ยา พี่อยากจะช่วยเหลือในการจัดตั้งหน่วยงานนี้ เพื่อให้คณะเภสัชฯได้ใช้หน่วยงานนี้เพื่อการวิจัยและช่วยเหลือส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรไทยค่ะ เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยในภาคอิสานและเพิ่มงานเพิ่มรายได้ให้กับเกษตกรด้วยค่ะ งานเหล่านี้พี่เคยทำมาแล้วค่ะที่ องค์การเภสัชในสมัยที่พี่เป็น ผอ.หน่วยงานวิจัยค่ะ

Kibangkok : โหหหหหหหหหหหหหหหห หน่วยงานวิเคราะห์ยา อีกไม่นานผมอาจจะได้เห็น ครีม หรือ ยาสมุนไทยดีๆๆ ออกมาสู่ตลาดซิครับ อยากจะเห็นโครงการนี้สำเร็จเร็วๆๆๆจังเลยครับ เออออออออ เผื่อผมจะได้ไปขอครีมหน้าเด้งมาให้แม่ของผมใช้บ้างครับ
เภสัชกรยิปซี: ครีมหน้าเด้ง ก็เป็นอีกตัวอย่างที่สำเร็จของหน่วยงานวิเคราะห์ยาของไทยค่ะ สมุนไพรไทยมีศักยภาพและคุณภาพสูง ควรเร่งส่งเสิรมงานวิเคราะห์และการวิจัยสิ่งใหม่ออกมาค่ะ

Kibangkok : แล้วโครงการที่ 2 ที่อาจารย์อยากจะทำ คืออะไรครับ
เภสัชกรยิปซี : โครงการที่ 2 เป็นโครงการผลิตโรงงานผลิตยาค่ะ พี่อยากจะสร้างโรงงานเล็กๆๆค่ะ เพื่อผลิตยาสมุนไพรไทย พี่อยาจะสร้างโรงงานนี้ เพื่อจะผลิตทั้งยา และอยากจะให้สถานที่แห่งนี้ เป้นที่ฝึกงานของนักศึกษาเภสัชด้วยค่ะ ปัญหาอย่างหนึ่งของนักศึกษาเภสัชก็คือหาที่ฝึกงานยากค่ะ โรงงานเค้าไม่ค่อยรับนักศึกษาเข้าไปฝึกค่ะเพราะมันเสียเวลาและค่าใช้จ่ายของพวกเค้าเยอะค่ะ นักศึกษาฯจึงไม่ค่อยได้มีที่ฝึกงานกันค่ะ พี่ก็อยากจะใช้โรงงานนี้เป้นที่ฝึกงานของนักศึกษาค่ะ นอกจากนั้นก็ยังจะช่วยเพิ่มงานเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรได้ด้วยค่ะ

Kibangkok: เมื่อไรจะเริ่มโครงการนี้ครับอาจารย์ ผมฟังแล้ว ตื่นเต้นแทนนักศึกษา ม.อุบลฯครับ เภสัชกรยิปซี: ในเดือนพฤศจิกายน พี่จะเดินทางไป ม.อุบล พร้อมด้วย ดร.หยาง จาก Habin Institution of Technology (HIT) เพื่อประชุมหารือในการเริ่มโครงการนี้ค่ะ

Kibangkok: ดร.หยาง เป็นใครหรือครับอาจารย์
เภสัชกรยิปซี: ดร.หยาง ท่านเป็นคณะบดี ของคณะ Bio Engineering ของ HIT แห่งเมือง Hilong Jiang ประเทศจีนค่ะ พี่เป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มากว่า 10 ปีแล้วค่ะ ที่เดินทางไปเมืองจีน ก็ไปสอนหนังสือที่มหาลับแห่งนี้แหละค่ะ ตอนนี้พี่อยากจะประสานความความมือกันระหว่าง ม.อุบล กับ HIT ในการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีระหว่างกันค่ะ พี่ก็หวังว่า โครงการนี้จะช่วยเหลือให้ทั้งสองประเทศให้คิดค้น และเปลี่ยนความรู้ ร่วมมือกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆๆ เพื่อผลิตยาช่วยเหลือชีวิตคนให้มากขึ้นค่ะ พี่ก็หวังเล็กๆๆเพียงเท่านี้แหละค่ะ


Kibangkok: อาจารย์ครับ เยี่ยมยอดจริงๆๆค่รับ ดีใจแทน ม.อุบลครับกับโครงการนี้ได้ช่วยเหลือทั้งนักศึกษาเภสัช และได้ช่วยส่งเสริมให้เกษตรมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ฮึม...... ดร.กฤษณา ไกรสินธ์ นางฟ้าจริงๆๆครับ
เภสัชกรยิปซี... เอออออออ... ไม่รู้ว่าจะได้เป็นหรือเปล่านะค๊ะ ถ้าพี่เป็นพี่คงจะเป็นนางฟ้าที่มีอายุเยอะไปหน่อยนะคะ ตอนนี้บินไม่ไหว เร่ร่อนสอนทำยาอยู่บนโลกนี้แหละค่ะ

 



 

หลังจากเภสัชกรยิปซีพูดจบ ท่านก็ค่อยๆๆ หยิบถุงพลาสติกถุงหนึ่งขึ้นมา แล้วหยิบซองกระดาษขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วบอกผมว่า อัน นี้เป็นขนมปังไส้แฮมค่ะ ท่าทางจะอร่อยนะค๊ะ ทานรองท้องก่อนกลับบ้านสักชิ้นน๊ะคะ และก็ในถุงอีก 2-3 ชิ้นฝากคุณกิ๊นำไปทานที่บ้านด้วยนะค๊ะ

ผมเดินลาจากท่านพร้อมด้วยถุงขนมปัง และผมหวังว่าจะได้เจอท่านอีกในเร็วๆๆนี้นะครับ ผมอยากจะทานขนมปังจากท่านอีกครับ........หมอยาเร่ร่อน เภสัชยิปซี ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ คณะเภสัช ม.อุบล คลิ๊กที่นี่ครับ


บทความนี้คัดลอกจาก http://www.oknation.net/blog/thaithai/2008/11/25/entry-2

Share

Bibliography in Thai

article thumbnail10-18 กุมภาพันธุ์ 2556 คณะการแพทย์ศาสตร์ ม.รังสิต จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตยาสมุนไพรแด่ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใตั นำทีมโดย ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ คณบดี คณะการแพทย์แผนตะวันออก...

 

 

Go to top